สุรเดช ชี้แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า หวั่นเพิ่มหนี้สาธารณะ แนะดันคลองไทยแทน

สุรเดช ชี้แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า หวั่นเพิ่มหนี้สาธารณะ แนะดันคลองไทยแทน

สุรเดช ชี้แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า หวั่นเพิ่มหนี้สาธารณะ แนะดันคลองไทยแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.14 น.

‘สุรเดช’ ค้านแลนด์บริดจ์ ชี้ไม่คุ้มค่า แพ้ท่าเรือสิงคโปร์อยู่ดี เพิ่มหนี้สาธารณะ ตำนำพริกละลายทะเล แนะ ดันคลองไทยแทน เชื่อจีนหนุนแน่เพราะ วิน วิน ทั้งคู่ เผยอดีตเคยนำคณะสว.ไปจีนหลายครั้งจนสนใจ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แสดงความเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ที่รัฐบาลกำลังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานนั้นว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะเห็นว่ามันไม่คุ้ม หรือจะพูดง่ายๆก็คือเหมือนเป็นการ ‘ตำน้ำพริก ละลายทะเล’ ไม่ใช่ละลายแม่น้ำ

นายสุรเดช กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง อันดามัน-อ่าวไทย เชื่อมโยงด้วยระบบราง และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หากมีการพัฒนาครบทั้ง 4 เฟส จะสามารถรองรับตู้สินค้าได้ 40 ล้าน TEU แบ่งเป็นฝั่งระนอง 20 ล้าน TEU ฝั่งชุมพร 20 ล้าน TEU ซึ่งผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำผ่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ชี้ชัดแล้วว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เสี่ยงกับการขาดทุนสูง เนื่องจากต้นทุนการขนส่งจากการถ่ายสินค้า 2 รอบ สูงกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา และยังเสี่ยงกับสินค้าที่จะได้รับความเสียหายอีก เป็นการเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน และเสี่ยงสินค้าเสียหาย และต้องไปเสียค่าประกันเพิ่มอีก ดังนั้นผลประโยชน์ที่จะได้รับไม่คุ้มค่ากับต้นทุน เป็นการลงทุนที่ใช้เงินมากกว่า 1 ล้านล้านบาท 

นายสุรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ ปัจจุบันสิงคโปร์กำลังขยายพื้นที่ท่าเรือ คือ โครงการท่าเรือสิงคโปร์แห่งใหม่ที่ Tuas Port ซึ่งขณะนี้เปิดดำเนินการในเฟสที่ 1 แล้ว โดยสามารถรองรับได้ 20 ล้าน TEU และถ้าก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ครบทั้ง 4 เฟส จะรองรับปริมาณตู้สินค้าได้มากกว่า 65 ล้าน TEU ต่อปี และคาดว่า ในปี 2040-2042 ท่าเรือดังกล่าวจะมีความสามารถในการรองรับสินค้าได้เป็น 2 เท่าของปี 2021 ซึ่งจะกลายเป็นท่าเรือตู้สินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอนาคตการรองรับสินค้าของสิงคโปร์จะมากกว่าไทยถึง 25 ล้าน TEU 

‘สรุปแล้วทำแลนด์บริดจ์ อย่างไรก็สู้สิงคโปร์ไม่ได้ เพราะง่ายกว่าในการเดินเรือ โดยไม่ต้องขนถ่ายสินค้า การทำแลนด์บริดจ์คือการตำน้ำพริกละลายทะเล เหมือนกับโฮปเวลล์ในอดีต จะเละเทะแน่ถ้าทำ ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า แลนด์บริดจ์สู้สิงคโปร์ไม่ได้ และผลการศึกษาของจุฬาฯ ได้ชี้ชัดแล้วว่า ไม่คุ้มค่า นอกจากนี้มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นก็ศึกษาเช่นกัน ก็พบว่าไม่คุ้มค่า แล้วรัฐบาลยังจะผลักดันอีกหรือ  โครงการแลนด์บริดจ์ใช้เงิน 1 ล้านล้านบาท ถ้าทำไปเจ๊งแน่เลย เราจะเป็นหนี้สาธารณะ ซึ่งหนี้สาธารณะตอนนี้เรามีอยู่กว่า 12 ล้านล้านบาท ถ้าทำก็จะเพิ่มไปอีกเป็นเกือบ 14 ล้านล้านบาท จนจะทะลุเพดานหนี้’

นายสุรเดช กล่าวว่า สำหรับโครงการแนว 9A หรือแนวทางเลือกในการขุดคลองไทย เป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ลากผ่าน จ.กระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร ซึ่งในขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในการลงทุน โครงการคอคอดกระ วุฒิสภา และเคยพาคณะเดินทางไปจีน รวมถึงประเทศอื่นๆหลายครั้งด้วยงบประมาณส่วนตัว เพื่ออธิบายจนในที่สุดจีนสนใจและผลักดันที่จะสร้างแล้ว แต่มีบางฝ่ายกังวลว่า หากผลักดันคลองไทย ทางสหรัฐอเมริกาจะต่อต้านเพราะเกรงว่า จีนจะเอาเรือรบผ่านคลองไทย ดังนั้นตนจึงอยากชี้แจงว่า มันเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากคลองไทย จะเป็นเรื่องของการค้า เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ที่มีนักลงทุนทั่วโลกมาลงทุนไม่ต่ำกว่า 6-7 ประเทศ ทั้งจีน สหรัฐฯ และยุโรป ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะยอมให้เรือรบจีนผ่าน เราไม่อนุญาตอยู่แล้ว ซึ่งหากเรือรบจีนต้องการจะผ่าน จะต้องไปผ่านที่ช่องแคบมะละกา ส่วนเรื่องแบ่งแยกดินแดนก็ไม่จริงเช่นกัน เพราะโครงการเก่าที่ศึกษาไว้นั้น จะมีอุโมงค์ลอดใต้ทะเลที่รถสามารถวิ่งได้ ซึ่งมีความกว้างประมาณ 300-400 เมตรเท่านั้น ที่เรือจะผ่านและวิ่งสวนกันได้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดนแน่นอน ที่พูดกันเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น ไม่มีเรื่องแบ่งแยกดินแดนใดๆทั้งสิ้น

‘ประเด็นที่คลองไทยไม่เกิดเป็นเพราะสิงคโปร์ ไม่ต้องการให้เกิด เนื่องจากจะเสียหายมหาศาล สิงคโปร์ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะแทรกแซงการเมืองของไทย สร้างสถานการณ์ว่า สหรัฐฯต่อต้านคลองไทยมาก และบอกว่า อย่าทำเลย ให้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า แล้วหันมาส่งเสริมให้ไทยทำแลนด์บริดจ์ให้สำเร็จ ซึ่งการทำแลนด์บริดจ์ ทำไปก็เจ๊ง ไม่มีเรือมาใช้บริการ ถ้ามีก็น้อยมาก ต่อให้ทำเสร็จก็แพ้สิงคโปร์อยู่ดี เพราะปัจจุบันเขาขยายท่าเรือแล้ว ดังนั้นขอ ยืนยันว่า รัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนโครงการคลองไทย แต่ไม่ใช่โครงการแลนด์บริดจ์ และปัญหาที่ขุดคลองไทยไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ แต่เป็นเพราะสิงคโปร์ต่างหาก และถ้ารัฐบาลไม่ทำคลองไทยก็ไม่ควรทำแลนด์บริดจ์ด้วย แต่ต้องหาทางเชื่อมรถไฟจีน ซึ่งจะดีกว่า ส่วนคลองไทยถ้าไม่ได้ขุดประเทศจะเสียหายมหาศาล เราเสียโอกาสมา 300 ปีแล้ว ตั้งแต่ยุคพระนารายณ์มหาราชแล้ว ผมเชื่อว่าจีนต้องทุ่มเงินช่วยเราเต็มที่ ไม่ทำไม่เป็นไร แต่อย่าเอาสหรัฐฯมาอ้าง เพราะสิงคโปร์ เองนั่นแหล่ะที่สร้างเรื่องขึ้นมา’

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า โครงการคลองไทยมีคนชอบพูด วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่ามันแพงกว่าเท่าตัว จาก 1 ล้านล้านบาท เป็น 2 ล้านล้านบาท แต่มีประเด็นว่า 1 ล้านล้านบาทนั้น เป็นการตำน้ำพริกละลายทะเล ไม่มีใครมาสนใจ แต่ 2 ล้านล้านบาท จีนจะช่วยเราเต็มที่ ซึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เราเคยคุยกันในอดีต จีนจะมาช่วย โดยเขาจะเอาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ผู่ตง มาเปิดสาขา  จีนเขาเป็นเผด็จการเขาสามารถสั่งได้ พูดง่ายๆ คือเขาจะมาช่วยเราในเรื่องของการลงทุน ซึ่งเงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ใช่ว่าจีนเขาจะมาช่วยเราเปล่าๆ แต่เขาจะมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ โดยเขาจะนำร่องและจะมีประเทศ อื่นๆ อีก 6-7 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯด้วย เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมให้เรือรบผ่าน ดังนั้น เราแทบจะไม่เสียเงินเลย เรื่องนี้ตนรู้ดี เพราะเคยไปคุยกับเขา มันวินวินทั้งคู่ ทั้งไทยและจีน และที่สำคัญประเทศจีนเป็นประเทศที่รักสงบ เขาไม่ต้องการที่จะมีสงคราม ไม่ต้องห่วง ยกเว้นว่าเขาถูกรังแก จึงอยากให้ลองพิจารณาดู เพราะเราเสียประโยชน์มา 300 กว่าปีแล้ว

Leave a comment