
ดร.โจ ประเดิมสนาม กทม. บอกเสียงตอบรับดี มั่นใจกวาด ส.ก.ส้ม ครบ 50 เขต
วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.
“ดร.โจ”ประเดิมสนามเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ลงพื้นที่ย่านบางรัก รับฟังเสียงสะท้อนคนเมือง บอกเสียงตอบรับดี มั่นใจกวาด ส.ก.ส้ม ครบ 50 เขต เพื่อทำงานสอดประสาน สส.แบบไร้รอยต่อ
8 พฤษภาคม 2569 ที่ตลาดตลาด ITF นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.พรรคประชาชน และ น.ส.วนัสญาย์ สิริเหมะเวคิน ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางรัก พรรคประชาชน ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตพื้นที่เขตบางรัก เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ก่อนจะเดินเท้าไปยังตลาดละลายทรัพย์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย และนายชัยวัฒน์ได้เข้าไปแนะนำตัวกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยรวมถึงพ่อค้าแม่ค้า
โดยช่วงหนึ่งได้มีพ่อค้าร้านกางเกง บอกว่า อาศัยอยู่ฝั่งธนฯ ได้สะท้อนปัญหาทางเท้าและฝาท่อ ย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหลังร้องเรียนไปหลายครั้งแล้ว โดยหวังว่าหากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จะดำเนินการแก้ไขในจุดนี้ให้ รวมถึงสะท้อนปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจ และบอกว่าไม่ว่าพรรคการเมืองใหญ่หรือพรรคการเมืองเล็ก พอเวลาหาเสียงบอกทำได้ พอเวลาหาเสียงเสร็จก็ทำไม่ได้ รัฐบาลรวย ประชาชนจน รวยไม่ไหวแล้ว โดยนายชัยวัฒน์ได้รับเรื่อง และโทรศัพท์หา น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ สส.กทม.พรรคประชาชน สส.ในพื้นที่ เพื่อประสานงานและติดตามเรื่องให้ทันที
นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลของการเลือกลงพื้นที่สีลมเป็นครั้งแรก ว่า อยากสะท้อนชีวิตคนเมืองในกรุงเทพฯ อยากลงพื้นที่ในช่วงกลางวันคิดว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่จะสะท้อนชีวิตคนเมืองได้ดี ซึ่งเมื่อมาลงพื้นที่ก็ได้พบกับประชาชนที่เป็นชาวออฟฟิศ พ่อค้าแม่ค้า ก็ได้มุมมองและแง่คิดอะไรหลายอย่าง
เมื่อถามถึงกรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนแล้วมีการโทรสอบถาม สส.ในพื้นที่นั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นการร้องเรียนเรื่องการใช้สวัสดิการสิทธิการซ่อมบ้านผู้สูงอายุของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยประชาชนคนดังกล่าวได้มีการร้องเรียนไปยัง สส.เขตของพรรคประชาชน ตนจึงได้โทรไปสอบถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ก็ทราบว่ามีการไปติดตามเรื่องราวจาก พม.แล้ว แต่ไม่เข้าเงื่อนไขที่ทางกระทรวง พม.กำหนดจึงไม่สามารถมาซ่อมบ้านให้ได้ ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงให้ทราบถึงรายละเอียดต่อไป
เมื่อถามว่า การตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การตอบรับถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ที่มาใช้บริการตลาด จากพ่อค้าแม่ค้า สำหรับประเด็นที่อยากจะพัฒนาภายหลังจากที่รับฟังแสงสะท้อนจากประชาชนมามี 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.ค่าครองชีพ เพราะค่าครองชีพใน กทม.ค่อนข้างสูงและโชคดีที่ตลาดนี้ขายอาหารในราคาที่ไม่แพง ซึ่งพรรคประชาชนมีนโยบายที่ กทม.จะสนับสนุนสร้างพื้นที่ขายอาหาร เช่น ฟู้ดคอร์ด หรือตลาดขายอาหารในราคาที่ไม่แพง เราสามารถใช้กลไกภาษีที่ดินต่างๆ ในการสนับสนุนเพื่อทำให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงอาหารที่ราคาถูกและลดค่าครองชีพลงได้
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า 2.การเดินทางที่ประสบความลำบาก เวลาเดินเท้าก็อาจจะมีการสะดุดท่อ ถนนไม่เรียบ ทางเดินเท้าไม่เรียบ เรื่องของการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็ค่อนข้างลำบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนมาจากคนออฟฟิศซึ่งเป็นคนชั้นกลางและเป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนกับคู่แข่ง อย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เราตระหนักดีว่าสนามนี้ไม่ใช่สนามที่ง่าย แต่เมื่อเราลงแข่งเราก็คาดหวังที่จะชนะอยู่แล้ว และตนไม่ได้มาแค่คนเดียว ตนมากับ ส.ก. 50 เขต และมีทีมบริหารที่เป็นที่น่ายอมรับในแต่ละสาขา นอกจากนี้ ยังมีพรรคประชาชนทั้งพรรคเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มี สส.อีก 120 คน ที่จะคอยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้มั่นใจว่าเราสามารถที่จะหยิบยื่นข้อเสนอที่ดีกว่า วาดอนาคตให้กับคนกรุงเทพฯ เพื่อชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม
เมื่อถามว่า ตั้งเป้า ส.ก.ไว้เท่าไหร่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า “หากถามผม เรากวาด สส.มา 33 เขตทั่วกรุงเทพฯ ส้มทั้งจังหวัดแล้ว จะดีหรือไม่หากเราสามารถกวาด ส.ก.ส้ม ได้อีกทั้งจังหวัดเช่นเดียวกัน สำหรับผมอยากตั้งเป้าหมายไว้สูง”
เมื่อถามว่า มีหลายคนมองว่าการเลือกตั้งใหญ่กับท้องถิ่นไม่เหมือนกัน ครั้งที่แล้วแม้ว่าพรรคก้าวไกลในขณะจะชนะและได้ สส.มา 32 เขต แต่ ส.ก.ยังถือว่าน้อยอยู่ ครั้งนี้จะมีอะไรมาเป็นจุดเด่นหรือดึงดูดคนกรุงเทพฯ เลือก ส.ก.ของพรรคประชาชน นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การเตรียมตัวในการทำท้องถิ่น กทม.คือการเตรียม ส.ก.เรามีการทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เมื่อเทียบกับปี 2565 ครั้งนี้ถือว่าดีกว่ามาก ซึ่งตนมีส่วนร่วมอยู่ในกระบวนการคัดเลือกบุคลากรมาทำงานท้องถิ่นตลอดตั้งแต่ ปี 2567 ฉะนั้น เรื่องความพร้อมและการเตรียมตัว ส.ก.บางคนก็ได้มีการลงพื้นที่มาเป็นปีๆ แล้ว ย้ำว่าครั้งนี้เรามีความพร้อมมากกว่าปี 2565 แน่นอน
ถามว่า หากได้ ส.ก.มาคู่กับ สส.ก็จะมีการทำงานประสานกันใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ใช่ หากได้ทั้ง ส.ก.รวมกับ สส.ที่เรามีอยู่แล้ว 33 เขต ก็จะยิ่งทำให้การทำงานสอดประสานกันในกรุงเทพฯ เป็นไปได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ
ถามต่อว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศ หลายงานต้องทำงานสอดประสานกับรัฐบาลในตอนนี้ จะไม่ทำให้การงานสะดุด หรือมีอุปสรรคใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่สะดุด เรายึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง คิดว่าหากทุกคนทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน การประสานงานหรือทำงานร่วมกัน เราไม่ได้มีความขัดแย้งกันในส่วนนั้นอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายชัยวัฒน์ กำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น มีรถหาเสียงของ นายวิพุธ ศรีวะอุไร หรือ ส.ก.ไม้ เขตบางรัก ขับผ่านและมีการประกาศ ว่า “ส.ก.ไม้ ยังทำงานให้พี่น้องคนบางรักได้อยู่” โดยเมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา นายวิพุธ ได้ลงพื้นที่ที่ตลาด ITF ก่อนที่นายชัยวัฒน์ จะมาประมาณ 1 ชั่วโมง