นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ กรุงปารีส อวดโฉมเครื่องแต่งกายราชสำนักไทย ผ่านฉลองพระองค์ในสมเด็จพระพันปีหลวง

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ  กรุงปารีส อวดโฉมเครื่องแต่งกายราชสำนักไทย ผ่านฉลองพระองค์ในสมเด็จพระพันปีหลวง

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ณ กรุงปารีส อวดโฉมเครื่องแต่งกายราชสำนักไทย ผ่านฉลองพระองค์ในสมเด็จพระพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.39 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ???????? ???????????????? ???????? ????????????????????????????́: ???????????????????? ???????????????? ???????????????????? ???????????????? ???????????????????????????????????? ???????? ???????????????????????????????????? จัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ พิพิธภัณฑ์ ????????????????́???? ???????????? ???????????????? ????????́???????????????????????????????? กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยความร่วมมือระหว่าง ???????????????????? พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ Musée des Arts Décoratifs ทั้งนี้ SACIT เชิญชวนคนไทยร่วมเผยแพร่ภาพการสวมใส่ชุดไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยขอให้ร่วมกันใส่แฮชแท็ก #ชุดไทยพระราชนิยม #SACIT #CHUDTHAI #RoyalThaiDress #expo_lamodeenmajeste เพื่อร่วมกันแสดงพลังของคนไทยให้คนทั่วโลกได้เห็น 

นิทรรศการครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบ 340 ปี และ 170 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส นำเสนอผลงานกว่า 200 ชิ้น ถ่ายทอดพัฒนาการของเครื่องแต่งกายราชสำนักไทยสู่เวทีโลก ผ่านฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า สะท้อนความประณีตของภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และเป็นก้าวสำคัญในการเสนอขึ้นทะเบียนต่อ UNESCO ในปี 2569

ผศ.ดร. อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT  เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยนำฉลองพระองค์และผลงานหัตถศิลป์ไปจัดแสดง ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยรวบรวมผลงานกว่า 200 รายการ ครอบคลุมทั้งฉลองพระองค์ ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูงประเภทต่าง ๆ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และวัตถุจัดแสดงออกแบบร่วมสมัยของนักออกแบบไทย ซึ่งนับเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ที่ทรงใช้เป็นสื่อกลางทางการทูต เพื่อเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากลมาอย่างยาวนาน นิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับการดูแลโดย Béatrice Quette ภัณฑารักษ์ประจำคอลเลคชั่นศิลปะเอเชียและอิสลามของ Musée des Arts Décoratifs

ผศ.ดร. อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT

“นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงความงามทางพัสตราภรณ์เท่านั้น แต่มีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีทางการทูตและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมิติต่างๆ ทั้งด้านศิลปหัตถกรรม และวัฒนธรรมสู่สายตาชาวฝรั่งเศสและชาวโลก เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงคุณค่าและกระตุ้นความสนใจในงานหัตถศิลป์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมให้แก่ประชาชนไทยทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญยังเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาและรูปแบบของชุดไทยพระราชนิยมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งสอดคล้องกับวาระสำคัญที่ประเทศไทยเตรียมเสนอให้ชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ในปี พ.ศ. 2569 นี้ด้วย” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

เพื่อสะท้อนภาพมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกส่งต่อจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ผศ.ดร. อนุชา ได้ฉายภาพวิวัฒนาการ การแต่งกายของสตรีไทยนับพันปี ตั้งแต่ยุคทวารวดี ผ่านการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย กระทั่งในปี พ.ศ. 2503  “ชุดไทยพระราชนิยม” ได้ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งจะต้องโดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้สตรีไทยมีชุดประจำชาติ ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนและทัดเทียมสากล จึงเป็นที่มาของชุดไทยทั้ง 8 แบบ ซึ่งตั้งชื่อตามพระตำหนักและพระที่นั่งสำคัญ อีกทั้ง ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ในคราวเสด็จเยือนต่างประเทศ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความงามแบบไทยเข้ากับแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศสได้อย่างวิจิตรลงตัว และพระราชทานให้เป็นชุดประจำชาติสำหรับสตรีไทยที่เผยแพร่สู่สายตาโลกผ่านบุคคลสำคัญอย่าง อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของไทย เมื่อครั้งเดินทางไปร่วมการประกวดนางงามจักรวาล ณ สหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคมไทยให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับงานต่างๆ และนิยมนำมาเป็นชุดในพิธีมงคลสมรส จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตและสืบทอดคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน

“SACIT เชิญชวนให้คนไทยร่วมสวมใส่ “ชุดไทยพระราชนิยม” อย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ชุดไทยได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในกระบวนการพิจารณาของ UNESCO พร้อมส่งเสริมให้เกิด Social Practice หรือแนวปฏิบัติทางสังคมในการสวมใส่ชุดไทยอย่างแพร่หลายและสร้างพลวัตในงานหัตถศิลป์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับวัฒนธรรมไทยสู่การยอมรับในเวทีโลก”   ผู้อำนวยการ SACIT กล่าว

ร่วมภาคภูมิใจกับความประณีตแห่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ผ่านนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมติดตามเรื่องราวและภาพบรรยากาศจากนิทรรศการได้ทางช่องทางโซเชียล มีเดียของ ????????????????????

Leave a comment