ปราชญ์สามสี ชมหมอวรงค์ แหกสวัสดิการ สส. เบิกค่าเรียนลูก รร.อินเตอร์ ขณะปชช.ดิ้นรนส่งลูกเรียน

ปราชญ์สามสี ชมหมอวรงค์ แหกสวัสดิการ สส. เบิกค่าเรียนลูก รร.อินเตอร์ ขณะปชช.ดิ้นรนส่งลูกเรียน

ปราชญ์สามสี ชมหมอวรงค์ แหกสวัสดิการ สส. เบิกค่าเรียนลูก รร.อินเตอร์ ขณะปชช.ดิ้นรนส่งลูกเรียน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

ปราชญ์สามสี ชมหมอวรงค์ แหกสวัสดิการ สส. เบิกค่าเรียนลูก รร.อินเตอร์ ขณะปชช.ดิ้นรนส่งลูกเรียน ถามเหมาะสมหรือไม่

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก “ปราชญ์สามสี” ได้โพสต์ภาพ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่มีข้อความบนภาพเปิดประเด็นเรื่อง “ลูก สส. เบิกค่าเรียนโรงเรียนอินเตอร์? สังคมตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม และสิทธิ์การเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบ” พร้อมระบุข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่า “รู้หรือไม่? สส. จ่ายเดือนละ 3,500 บาท แต่สวัสดิการที่ได้ ทำเอาประชาชนหลายคนต้องตกใจ

ผมคิดว่าเรื่องนี้ประชาชนควรรู้นะครับ

เพราะถ้า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ “หมอวรงค์” ไม่ลุกขึ้นมาอภิปรายและอธิบายในสภา หลายคนอาจไม่รู้เลยว่า ผู้ที่เป็น สส. หรือเคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มีสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามากขนาดไหน

ประเด็นที่ทำให้คนฟังแล้วสะดุ้ง คือหมอวรงค์พูดถึงการจ่ายเงินเข้ากองทุนเดือนละ 3,500 บาท แต่สิทธิประโยชน์ที่ตามมานั้นมีหลายอย่าง ทั้งเงินเลี้ยงชีพหรือบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือกรณีต่าง ๆ รวมถึงค่าเล่าเรียนบุตร

ฟังแค่นี้บางคนอาจบอกว่า สวัสดิการก็ไม่แปลกนี่นา ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่บางกลุ่มก็มีสวัสดิการเหมือนกัน
ใช่ครับ โดยหลักการ ผมก็ไม่ได้บอกว่าสวัสดิการผิดทั้งหมด
แต่คำถามคือ “มันควรไปไกลถึงขนาดไหน”

โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าค่าเล่าเรียนบุตรสามารถครอบคลุมไปถึงโรงเรียนนานาชาติได้หรือไม่ อันนี้แหละครับที่ทำให้หลายคนงงมาก
เพราะในชีวิตจริงของประชาชนทั่วไป เปิดเทอมทีหนึ่งแทบจะเป็นฤดูกาลแห่งความเครียดของพ่อแม่ บางบ้านค่าเทอมหลักพันยังลำบาก บางบ้านต้องหยิบยืม บางบ้านต้องจำนำของ บางบ้านต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้อชุดนักเรียนก่อน หรือจ่ายค่าเทอมก่อน
เด็กบางคนยังไม่มีชุดนักเรียนครบด้วยซ้ำ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนที่เป็นผู้แทนประชาชน กลับมีระบบสวัสดิการที่อาจไปแตะถึงค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งบางแห่งค่าเทอมปีหนึ่งเป็นหลักแสน หลักล้าน
ถามจริง ๆ เถอะครับ แบบนี้ประชาชนควรรู้ไหม

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ถามว่า “ผิดระเบียบหรือไม่”
เพราะถ้าระเบียบเขียนไว้ให้เบิกได้ บางคนก็อาจตอบง่าย ๆ ว่า ไม่ผิด
แต่สำหรับผม คำถามใหญ่กว่านั้นคือ “เหมาะสมหรือไม่”
ในวันที่ประชาชนจำนวนมากยังลำบากกับค่าเทอมลูก ในวันที่คนหาเช้ากินค่ำยังต้องปวดหัวกับค่าชุดนักเรียน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์การเรียน แล้วผู้แทนประชาชนกลับมีสิทธิพิเศษที่คนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง แบบนี้มันควรถูกพูดถึงอย่างตรงไปตรงมาหรือเปล่า

ที่น่าคิดกว่านั้นคือ ก่อนหน้านี้เราแทบไม่ค่อยได้ยินใครพูดเรื่องนี้เลย
เวลาเลือกตั้ง ทุกคนพูดเรื่องประชาชน พูดเรื่องปากท้อง พูดเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ พูดเรื่องความเป็นธรรม พูดเหมือนเข้าใจชีวิตคนธรรมดาดีเหลือเกิน
แต่พอเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ของตัวเอง กลับเงียบกริบ
ถ้าหมอวรงค์ไม่ออกมาอธิบาย ไม่ออกมาเปิดประเด็น หลายคนก็คงไม่รู้ว่า ระบบสวัสดิการของคนในสภามันมีรายละเอียดแบบนี้ด้วย

ผมไม่ได้บอกว่าคนเป็น สส. ต้องไม่มีสวัสดิการอะไรเลยนะครับ
แต่สวัสดิการของผู้แทนประชาชนควรอยู่บนหลักความพอดี โปร่งใส และอธิบายกับประชาชนได้
อะไรที่จำเป็น ก็บอกให้ชัด
อะไรที่เกินจำเป็น ก็ควรกล้าทบทวน
และอะไรที่ประชาชนทั่วไปยังไม่มีโอกาสได้รับ แต่ผู้แทนประชาชนได้รับก่อน ก็ควรถูกตั้งคำถาม

เพราะสุดท้ายแล้ว สส. ไม่ใช่ชนชั้นพิเศษ
สส. คือคนที่ประชาชนเลือกเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน
ถ้าเข้าไปแล้วมีสิทธิพิเศษมากมาย แต่ประชาชนเพิ่งมารู้ทีหลัง แบบนี้มันก็อดคิดไม่ได้ว่า ที่บอกว่าเข้าไป “รักษาผลประโยชน์ของประชาชน” นั้น รักษาจริงแค่ไหน
หรือบางเรื่องก็รักษาผลประโยชน์ของตัวเองเงียบ ๆ ไปด้วย

เรื่องนี้ประชาชนควรรู้ครับ
ไม่ใช่เพื่อไปเกลียดใครเป็นการส่วนตัว แต่เพื่อให้สังคมช่วยกันตั้งคำถามว่า ระบบแบบนี้ควรเดินต่อไปเหมือนเดิมหรือไม่
เพราะประเทศที่ดี ไม่ควรมีผู้แทนประชาชนที่อยู่ไกลจากชีวิตจริงของประชาชนเกินไป
และถ้าประชาชนยังต้องดิ้นรนส่งลูกเรียนหนังสืออย่างยากลำบาก ผู้แทนประชาชนก็ควรอธิบายให้ได้ว่า ทำไมสิทธิของตัวเองจึงควรไปไกลถึงระดับที่ประชาชนทั่วไปไม่มีวันแตะถึงได้เลย”

Leave a comment