ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ อนุทิน-เอกนิติ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ อนุทิน-เอกนิติ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ อนุทิน-เอกนิติ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.41 น.

“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “อนุทิน-เอกนิติ” ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน   จงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   พร้อมตั้งข้อสังเกต เงิน 2 แสนล้านที่ใช้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน    ไม่ถือว่าจำเป็นเร่งด่วน    แต่กลับยัดไส้เข้ามาเอื้อกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.   เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณีรัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต ด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ… เมื่อ 5 พฤษภาคม 2569 อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561    ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ ข้ออ้างและเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ใช้กล่าวอ้าง  ว่าไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะซ้อนทับและรุนแรงนั้น  เป็นข้ออ้างที่เกินไปกว่าความจริงมาก เศรษฐกิจของไทยไม่ได้เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดนั้น หรือหากจะหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักในการออก พ.ร.ก.กู้เงินก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพที่เลวร้ายจนเกินไปก็ได้   เพราะเงินกู้ที่จะนำไปเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท    และเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือน งบรวม 1.72 แสนล้านบาท  เป็นการแจกไปทั่วทั้งคนรวย คนจน โดยไม่แยกแยะให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่า SME ใช่หรือไม่

ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ยังไม่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ถึงขนาดต้องออกเป็น พ.ร.ก. แต่กลับยัดไส้เข้ามาเพื่อเอื้อธุรกิจกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่    ถ้าไม่ทำตอนนี้จะเกิดผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจเชียวหรือ ทั้งๆที่สามารถนำไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ก็ได้ แต่สอดไส้มาอยู่ในการกู้ด่วนมีวัตถุประ สงค์อื่นแอบแฝงแต่ไม่บอกประชาชนหรือไม่

ที่สำคัญการกู้เงินครั้งนี้จะส่งผลให้สถานะหนี้สาธารณะของประเทศถีบตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบัน ณ สิ้นเดือน ก.พ.69   หนี้สาธารณะคงค้างอยู่กว่า 12 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.9% ต่อ GDP   และหากมีการกู้เพิ่มอีก 400,000 ล้านบาท   คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 68.14% ต่อ GDP เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2570 คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ประมาณ 69.44%  ซึ่งแม้จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP แต่ทว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดผลกระทบตามมา หากสงครามตะวันออกกลางที่คิดว่าจะจบ อาจจะไม่จบก็ได้ จะเอาแน่เอานอนอะไรกับทรัมป์ไม่ได้ เพราะถ้าทรัมป์ไปก่อสงครามใหม่กับคิวบา กับเกาหลีเหนือ    ไทยก็ต้องกู้และขยายเพดานหนี้สาธารณะออกไปอีกแน่ๆ

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อเอาผิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคณะรัฐมนตรีทุกคน ที่จงใจใช้อำนาจขัดต่อมาตรา 172 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ และควรออกหนังสือเตือนไปยัง ครม.ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย

Leave a comment