สถาบันพระปกเกล้าขับเคลื่อนไทยสู่ OECD หารือศาลรธน.โปรตุเกส–สถาบันการศึกษาชั้นนำ เตรียมจัดเวทีระดับโลก

สถาบันพระปกเกล้าขับเคลื่อนไทยสู่ OECD หารือศาลรธน.โปรตุเกส–สถาบันการศึกษาชั้นนำ เตรียมจัดเวทีระดับโลก

สถาบันพระปกเกล้าขับเคลื่อนไทยสู่ OECD หารือศาลรธน.โปรตุเกส–สถาบันการศึกษาชั้นนำ เตรียมจัดเวทีระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

เมื่อวันที่ 6–7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ กรุงลิสบอน สาธารณรัฐโปรตุเกส รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐสภาว่าด้วยการเข้าเป็นสมาชิก OECD พร้อมด้วยนายธนภูมิ ลีลาภรณ์ ที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลิสบอน เข้าพบ Mr. José João Abrantes ประธานศาลรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐโปรตุเกส เพื่อหารือความร่วมมือทางวิชาการและเตรียมความพร้อมในการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม OECD Global Parliamentary Forum ซึ่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้มอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดประชุมดังกล่าว

ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาระบบประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และธรรมาภิบาลสมัยใหม่ โดยสาธารณรัฐโปรตุเกสถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง OECD และมีประสบการณ์สำคัญด้านการปฏิรูประบบราชการและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD รวมถึงประเทศไทย

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ยังได้เชิญ Mr. José João Abrantes เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะองค์ปาฐกพิเศษ เพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านรัฐธรรมนูญและหลักนิติรัฐแก่ผู้บริหารและนักวิชาการไทย

นอกจากนี้ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ายังได้เข้าหารือร่วมกับศาสตราจารย์ Ana Taveira da Fonseca คณบดีคณะนิติศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัย Catholic University of Portugal หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับชาติของโปรตุเกส เพื่อร่วมกันออกแบบหลักสูตรอบรมระยะสั้นสำหรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่นที่ 25

หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาประชาธิปไตย การปฏิรูประบบราชการ หลักนิติรัฐ ธรรมาภิบาล ตลอดจนแนวทางการยกระดับมาตรฐานประเทศในมิติต่าง ๆ เพื่อรองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยคาดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นระบบ ทันสมัย และยั่งยืน

Leave a comment