
ชัชชาติลอยลำ โพลชี้คนกรุงยังหนุน ได้ลุ้นนั่งผู้ว่าฯอีกสมัย
วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
“นิด้าโพล”เผยคนกรุงไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ชี้ชัดพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะชนะ เผยการเมืองระดับประเทศไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ขณะที่“ดุสิตโพล”กางผลสำรวจเสียงส่วนใหญ่ยังหนุน“ชัชชาติ” ทำงานต่ออีกสมัย ด้าน“ดร.โจ”ประกาศสู้ศึกแบบไร้ป้ายหาเสียงแม้แต่แผ่นเดียว ระบุ ลดขยะ-ไม่อยากรบกวนประชาชน
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.2569 น่าตื่นเต้นไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.97 ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา ร้อยละ 22.98 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 21.91 ระบุว่า ส่งผลมาก ร้อยละ 20.99 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผล และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านรายชื่อและประวัติของผู้ที่จะเป็นรองผู้ว่าฯกทม.ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.61 ระบุว่า ไม่ส่งผลเลย รองลงมา ร้อยละ 24.20 ระบุว่า ค่อนข้างส่งผล ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ส่งผลมาก และร้อยละ 21.60 ระบุว่า ไม่ค่อยส่งผล
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความน่าตื่นเต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.59 ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้นเพราะพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับการเลือกตั้งรองลงมา ร้อยละ 29.24 ระบุว่า ไม่น่าตื่นเต้น เพราะใครได้รับการเลือกตั้งก็เหมือนกัน ร้อยละ 22.06 ระบุว่า น่าตื่นเต้น เฉพาะผู้สมัครประมาณ 2-4 คนเท่านั้น ที่มีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง และร้อยละ 16.11 ระบุว่า น่าตื่นเต้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีสิทธิได้รับการเลือกตั้ง
.jpg)
ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 1)” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,074 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็น “กรุงเทพมหานคร” มากที่สุดคือ เมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง ร้อยละ 28.82 รองลงมาคือเมืองสะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ร้อยละ 23.86
สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปที่อยากให้เป็น คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 56.70 เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สก. กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 40.13 รองลงมาคือผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 21.23
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่าคะแนนนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังนำค่อนข้างชัด จากภาพจำด้านการบริหารเมืองที่ยังครองใจคนกรุง ขณะที่โจทย์สำคัญของผู้สมัครคือ การตอบความคาดหวังและเปลี่ยนเสียงสะท้อนของประชาชนให้เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ได้จริง เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ “อยู่ได้จริง” และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า คนกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ได้ต้องการเมืองที่แค่ “ดูดี” แต่ต้องการเมืองที่ “อยู่แล้วสบาย ใช้ชีวิตได้จริง” สิ่งที่คนอยากเห็นมากที่สุดคือเมืองที่รถไม่ติด เดินทางสะดวก มีขนส่งมวลชนที่ดี และค่าโดยสารไม่แพง ตามมาด้วยเมืองที่สะอาด ทางเท้าเป็นระเบียบ เดินง่าย ไม่ต้องลุ้นทุกวันว่าจะสะดุด หลบหลุม หรือเบียดกับรถ
“ ชื่อของนายชัชชาติที่คะแนนนำโดด แสดงว่าคนกรุงเทพฯ ยังมองว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ปัญหาเมืองได้ต่อเนื่อง คนกรุงเทพฯให้ความสำคัญกับผลงานที่เห็นได้จริงมากกว่าคำพูดหรือกระแสการเมืองระยะสั้น”
ส่วนการเลือก สก. ที่ไปทาง พรรคประชาชนและผู้สมัครอิสระจำนวนไม่น้อย สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ อยากได้ตัวแทนที่ทำงานให้พื้นที่ของตัวเองจริง ๆ ไม่ได้อยากผูกติดกับพรรคการเมืองเดิมๆ มากนัก โดยรวมโพลนี้จึงสะท้อนเสียงของคนกรุงเทพฯ ว่าต่อจากนี้ ผู้ว่าฯ และ สก. คนไหนก็ตาม หากไม่ลงมือแก้ปัญหาพื้นฐานอย่างเรื่องการเดินทาง ทางเท้า ความสะอาด และความเป็นระเบียบของเมืองอย่างจริงจัง ก็อาจต้องเผชิญกับความไม่พอใจจากประชาชนได้ในอนาคตอันใกล้
ด้านนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน กล่าวว่าจะไม่มีป้ายหาเสียงของตนบนถนนแม้แต่แผ่นเดียว เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายตลอด2เดือนนี้ของประชาชน แคมเปญของเราจะไม่รบกวนชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีของคนกรุงเทพ โดยผมจะใช้ช่องทางและวิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดมาทดแทน
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในฤดูเลือกตั้งทุกๆ ครั้ง ป้ายหาเสียงเลือกตั้งที่นำไปติดตามถนนหนทาง ถูกผลิตขึ้นมาในระยะเวลาสั้นๆ และกลายเป็นขยะริมทางทันทีเมื่อการเลือกตั้งจบลง ในหลายๆ ครั้ง ป้ายหาเสียงเหล่านี้ สร้างความยุ่งยากและอันตรายในชีวิตประจำวันของชาวกรุงเทพ ทั้งบังสายตาผู้ขับขี่รถ ขวางทางเดินเท้า และอาจเกิดอันตรายกับผู้ที่สัญจรผ่านป้าย หากติดตั้งอย่างไม่ได้มาตรฐานหรือหละหลวม โดยเฉพาะในฤดูพายุฝนอย่างตอนนี้
“พรรคเรามีความตั้งใจจะลดจำนวนป้ายหาเสียงบนท้องถนนลงในทุกการเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดทรัพยากร โดยจะใช้การหาเสียงผ่านแคมเปญ Social media และผ่านการเดินหาเสียง เราจะเพิ่มความถี่ในการเดินหาเสียงตามชุมชน การติดผ้าใบไวนิลตามแผงหรือกันสาดในตลาดหรือย่านชุมชน และที่สำคัญที่สุดคือเราจะรณรงค์กับหัวคะแนนธรรมชาติ ขอให้ช่วยส่งต่อนโยบาย วิสัยทัศน์ และเรื่องราวของเราให้ออกไปได้กว้างขวางและแม่นยำยิ่งกว่าป้ายหาเสียงแผ่นไหนๆ”นายชัยวัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนจะยังคงมีป้ายหาเสียงบนถนนของผู้สมัคร ส.ก. อยู่ เพื่อให้ประชาชนใน 50 เขตไม่เกิดความสับสนในการจดจำชื่อและเบอร์ของผู้สมัคร ส.ก. และด้วยปัจจัยเชิงพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน ป้ายหาเสียงยังคงจำเป็นในบางโซน บางเขต แต่เราจะลดปริมาณป้าย ส.ก. ลงให้เหลือจำนวนเพียง 1-2 เท่าของหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น
