โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

โสภณ เผยถกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณา 31กม.ค้างท่อ 15 พ.ค.นี้ใช้เวลา 9 ชั่วโมง แนะสมาชิกจ้ออภิปรายมุ่ง ประเด็นเห็นต่าง-ข้อสงสัย ไม่ควรลงลึกรายละเอียด

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี(ครม.) วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวุฒิสภา(สว.) เพื่อเตรียมการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่ครม. ได้ยืนยันส่งกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จำนวน31ฉบับ ขณะนี้ได้ข้อสรุปเรื่องกรอบเวลาการประชุมไว้ที่ 9 ชั่วโมง และหากยังไม่แล้วเสร็จสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก30นาที โดยแบ่งเวลาตามสัดส่วนของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า การอภิปรายควรมุ่งเฉพาะประเด็นที่เห็นต่างหรือมีข้อสงสัย โดยเฉพาะกรณีกฎหมายฉบับอื่นที่ไม่ได้ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งฝ่ายค้านสามารถตั้งคำถามเพื่อให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงได้ว่าเหตุใดจึงไม่นำเข้าสภา ส่วนกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาและมีการยืนยันกลับมาแล้วนั้น ไม่ควรอภิปรายลงลึกในรายละเอียดมากนัก เพราะถือว่าผ่านกระบวนการของสภาไปแล้ว โดยสามารถอภิปรายในเชิงสนับสนุนหรือให้ข้อสังเกตได้เพียงพอสมควร ทั้งนี้ การประชุมวันที่15พ.ค. จะหารือเพียงเรื่องข้อสรุปตามกรอบการประชุมเป็นหลัก แม้จะมีข้อเสนอให้นำวาระอื่นขึ้นมาหารือเพิ่มเติม แต่เกรงว่าจะใช้เวลาไม่ทัน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าในช่วงสัปดาห์ถัดไปหรือเดือนหน้า จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหารือวาระสำคัญของรัฐบาล เช่น ข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าหากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกฎหมายเพิ่มเติมจะสามารถนำเข้าสู่การประชุมได้ทันหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติและส่งร่างกฎหมายมายังรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถเพิ่มเติมร่างกฎหมายอื่นเข้ามาได้ทัน และจะดำเนินการตามวาระที่ยืนยันส่งมาแล้วเท่านั้น

เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านพูดหรืออภิปรายเกี่ยวกับกฎหมายที่ไม่ได้มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม จะมีการควบคุมการประชุมอย่างไร ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการประชุมรัฐสภาที่ทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงของวิป ซึ่งเป็นหน้าที่ของวิปแต่ละพรรคที่จะไปทำความเข้าใจกับสมาชิกของตนเอง หากเป็นกฎหมายที่มีการยืนยันกลับมาแล้ว ไม่ควรอภิปรายลงลึกในรายละเอียดมากเกินไป แต่ควรเน้นเฉพาะข้อสังเกตหรือสาระสำคัญ 

“ส่วนตัวอยากเห็นการอภิปรายในสภาฯที่มีคุณภาพและน่าติดตามมากขึ้น เพราะในอดีตแม้จะมีเพียงการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุ แต่ประชาชนก็ยังติดตาม เนื่องจากสมาชิกอภิปรายจากความเข้าใจและมุมมองของตนเอง ต่างจากปัจจุบันที่หลายคนเตรียมเอกสารมาอ่านจนขาดเสน่ห์ของการอภิปราย” นายโสภณ กล่าว 

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ประสิทธิภาพของสภาฯ ไม่ได้อยู่ที่การประชุมยาวหรือสั้น แต่อยู่ที่เนื้อหาและคุณภาพของการอภิปราย หากเห็นด้วยก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก แต่หากไม่เห็นด้วยก็ควรใช้เวลาซักถามอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน มากกว่าการอภิปรายเพื่อกรอบเวลาตามกรอบที่กำหนดไว้เท่านั้น

Leave a comment