นายกฯย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ

นายกฯย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ

นายกฯย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

นายกฯ นำทีมตำรวจ-ฝ่ายความมั่นคง แถลงผลงานปราบยาเสพติด 8 เดือน ย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ พร้อมเตือนผู้ค้ายา เลิกเสียก่อนถูกทำลาย ยันตราบใดยังเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะเดินหน้ากวาดล้างเข้มข้นต่อเนื่อง

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี เผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการติดตามขยายผล การจับกุมและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมากถึง 184,000 คดี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม, คีตามีน 5,222 กิโลกรัม, ยาอี 274,880 เม็ด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท 

ผลการปฏิบัติการทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันต่อสู้กับผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ขอให้ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง และยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด แสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ ตนขอเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความจริงจังกับเรื่องนี้ และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก มุ่งมั่นเอาชนะกระบวนการการค้ายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะยาเสพติดเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิต ประชาชน และสังคมไทย ตนขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองทัพ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ข้าราชการ อาสาสมัครทุกท่าน ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เสี่ยงทั้งชีวิตเพื่อเข้าไปช่วยกันขจัดภัยที่ร้สยแรงต่อประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาชน 

อีกทั้ง ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจ ดำเนินการโดยปราศจากความเหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ หลายครั้งเป็นอันตรายจากการปะทะกัน ด้วยคุณงามความดีของพวกเราทุกคน ไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่มีใครเสียชีวิต นี่คือสิ่งที่ตนรู้สึกปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างมากอย่าง การที่มาอยู่ตรงนี้จะเห็นว่า 2-3 เดือนมาที เป็นภาพเดิมๆ ทั้งหมด ภาพแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าพวกเราเอาจริงเอาจัง ไม่มีการประนีประนอมหรือเจรจาใดๆ กับผู้กระทำผิด เราสำนึกในความอันตรายของสิ่งเหล่านี้ต่อประเทศ เราโชคดีมีความเป็นสหายกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนระดับปฏิบัติการก็คบค้าสมาคมเป็นพี่เป็นน้องกันมาตลอด การติดต่อส่งข้อมูลข่าวสาร การให้การสนับสนุน ให้กำลังใจจากตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน ระดับบังคับบัญชาและปฏิบัติ เราทำทุกรูปแบบทั้งทางการและผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง “ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีอิทธิพลไหนมาทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าตรงนี้ไขว้เขวได้เป็นอันขาด นี่คือความมั่นคงของประเทศไทย ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงได้“ อยากเตือนผู้ที่ยังกระทำผิด คิดว่าที่ผ่านมา 6-7 เดือน ท่านก็คงบาดเจ็บไปเยอะ กำไรทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้ ยิ่งเพิ่มจำนวนเข้ามาในระบบเท่าไหร่ ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ไทย ในการขจัดและปราบปรามการกระทำผิดได้ เราถือว่าท่านเป็นศัตรู ไม่ใช่คนที่ปรารถนาดีกับประเทศ พวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่ทำให้พินาศ มลายหายไปอยู่บนพื้นแผ่นดินนี้ไม่ได้ เลิกเสีย ไปหาสิ่งอื่นที่ถูกกฎหมายทำ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประชาชนลูกหลานเยาวชนที่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าไม่มีประโยชน์ การเสพสิ่งเหล่านี้ การขายการลำเลียงการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพค้าผู้สนับสนุนล้วนแต่มีคดีร้ายแรงติดตัว เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ เป็นคดีที่ทำให้ต้องพลัดพรากจากคนที่รัก ครอบครัว อิสรภาพที่เคยมีอยู่ มีบทลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ต่อให้รอดการประหาร โทษเบาที่สุดจำคุกเป็น 10 ปีขึ้นไปหรือจำคุกตลอดชีวิต ไม่ใช่สิ่งดีสำหรับพวกท่าน เรายอมไม่ได้พวกเราทุกคนเคยเห็นผู้ค้า ผู้ขนส่ง ผู้ร่วมกระบวนการค้ายาเสพติดทุกคนเวลาพูดกับเขา ความเป็นพ่อเป็นแม่ความห่วงใยครอบครัว ทุกอย่างพรั่งพรูออกมา เราสงสารแต่เราไม่สามารถลดหย่อนได้เลย ยืนยันว่าตราบใดที่ตนยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้ สิ่งเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไป และจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตนให้การสนับสนุนทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ การที่จะดำเนินการปราบปรามสิ่งเหล่านี้จะมีแต่ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น จึงขอเตือนด้วยความห่วงใยว่า พวกเราไม่ต้องการดำเนินคดีในข้อหานี้กับท่าน เพราะรู้ว่าดำเนินคดีไปก็หมายถึงการสูญเสียชีวิต  แม้ไม่อยากทำแต่จำเป็นต้องทำด้วยความเด็ดขาด ไม่ให้สิ่งเหล่านี้ทำลายประเทศและเยาวชน ขอชื่นชมผู้ปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง และมั่นใจว่าเราจะทำหน้าที่ของเราเช่นนี้ต่อไป มายังไงเราจับได้หมด ยืนยันว่าจับได้ในทุกรูปแบบ

Leave a comment