วุฒิสภา ถก แลนด์บริดจ์ ด้าน อนุกมธ.การขนส่งทางน้ำฯ ชี้อุปสรรคเพียบ หากเดินหน้าต้องทบทวนทั้งหมด

วุฒิสภา ถก แลนด์บริดจ์ ด้าน อนุกมธ.การขนส่งทางน้ำฯ ชี้อุปสรรคเพียบ หากเดินหน้าต้องทบทวนทั้งหมด

วุฒิสภา ถก แลนด์บริดจ์ ด้าน อนุกมธ.การขนส่งทางน้ำฯ ชี้อุปสรรคเพียบ หากเดินหน้าต้องทบทวนทั้งหมด

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

วุฒิสภา ถก แลนด์บริดจ์ ด้าน อนุกมธ.การขนส่งทางน้ำฯ เผยผลศึกษาพบอุปสรรคเพียบทั้งความคุ้มค่า-ต้นทุน-เวลา-การแข่งขัน จี้หากรบ.เดินหน้าต้องทบทวนทั้งหมด แก้กม.ที่เกี่ยวข้อง เพราะกฏหมาย SEC ไม่ใช่ยาวิเศษ หากไม่แก้ก็เดินต่อไม่ได้ 

เมื่อวันที่ 12พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานประชุม พิจารณารายงานพิจารณาศึกษา เรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนารเบียงศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมมาธิการการคมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว และญัตติเรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายนรเศรษฐ ปรัชญากร สว.เป็นผู้เสนอ

โดยนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา รายงานผลการพิจารณาว่า ทางกมธ.ได้เห็นความสำคัญของแลนด์บริดจ์และติดตามมาการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนโครงการจะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมกธ.ฯเห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ของประเทศที่มีความเชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำและระบบโลจิสติกส์ ด้านกฎหมาย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคงของประะทศ ตลอดจนผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่ โครงการดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศในบริบทการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและระบบโลจีสติกส์ของภูมิภาค จึงจำเป็นต้องพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งในเชิงนโยบาย เทคนิค เศรษฐศาสตร์ ความเป็นไปได้ในการดำเนินงานจริง เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ด้านนายภมร เชาว์ศิริกุล สว. ในฐานะประธานอนุมกรรมาธิการนโยบายด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ในกมธ.คมนาคม วุฒิสภา เสนอรายงานว่า โครงการนี้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2544 สมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนมาถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเจริญลงสู่ภาคใต้ เพื่อคนภาคใต้โดยเฉพาะ ตลอดระยะเวลาการศึกษาได้รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจจริงและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการด้านขนส่งโลจีสติกส์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้รายงานครอบคุมทุกด้าน ซึ่งพบว่าแลนด์บิด ไม่ได้เป็นเพียงการก่อสร้างถ้าเทียบเรือหรือเส้นทางคมนาคมขนส่งเท่านั้น แต่เป็นระบบโลจิสติกส์ต่อเนื่องหลายรูปแบบ ที่ต้องอาศัยการดำเนินการที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ทั้งระยะเวลาและสมมุติฐานทางเศรษฐกิจ ความพร้อมของโครงสร้าง รวมถึงข้อจำกัดในการดำเนินงานจริงเพื่อให้ผลการศึกษาสามารถสะท้อนสภาพสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง และเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายของประเทศในระยะยาว ดังนั้นความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบ ความต่อเนื่องของกระบวนการขนส่งความรวดเร็ว ตลอดจนความสามารถในการรักษามาตรฐานความเชื่อถือในการแข่งขันกับท่าเรือและศูนย์กลางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

ขณะที่นายประพันธ์ โลหะวิริยศิริ สว.ในฐานะอนุมกรรมาธิการนโยบายด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เสนอรายงานการศึกษา ว่า การศึกษาของอนุกมธ.ฯมี2ส่วน คือศึกษาภายใต้ข้อมูลที่ขอมาได้ในเวลาที่เราได้ศึกษาตั้งแต่ปลายปี 2568  และการศึกษาจะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบข้อมุมติฐาน เพราะการพิจารณาเรื่องสมมุติฐานเปรียบเสมือนการกระดุมเม็ดแรกถ้าสมมุติฐานถูกต้องและเป็นจริงการศึกษาที่ตามมาก็จะมีความสอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นไปได้ แต่ถ้าสมมุติฐานไม่ถูกต้องสิ่งอื่นๆที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าทางการเงิน หรือทางเศรษฐศาสตร์ก็จะคลาดเคลื่อนและใช้ไม่ได้

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า การจะนำเสนอแลนด์บิดจ์เพื่อให้คนมาใช้จะต้องพิจารณาถึงต้นทุนและเวลาที่จะประหยัดและสามารถแข่งขันได้ ซึ่งจะต้องเป็นมุมมองของผู้ขนส่งหรือสายเดินเรือ และต้องพิจารณาว่าโครงการนี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง และวิเคราะห์ว่าสินค้าจะมาใช้เราเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะไปกำหนดปริมาณสินค้าหรือคอนเทนเนอร์ที่จะมาใช้ในโครงการ ซึ่งจะเป็นสารตั้งต้นของการประเมินรายได้ รวมทั้งต้นทุนการก่อสร้างหรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ ตัวแปรเรื่องต้นทุน เวลาและความน่าเชื่อถือของการให้บริการ ผลลัพธ์ที่จะออกมาจึงผันผันไปตามตัวแปรและค่าสัมประสิทธิ์ที่ผู้ศึกษาโครงการเขียนแบบจำลองขึ้นมา ดังนั้นการศึกษาที่รอบคอบจะต้องทำหลายๆรูปแบบ เพื่อให้ผลออกมามีความเป็นไปได้ 

นายประพันธ์ กล่าวว่า การจะทำแลนด์บริดจ์หัวใจสำคัญหรือร้อยละ 80 ของสินค้าที่มาใช้เป็นสินค้าถ่ายลำ เพราะฉะนั้นปัจจัยที่สำคัญคือจะทำอย่างไรที่จะให้การถ่ายลำเป็นไปอย่างราบรื่น ทางกายภาพแม้เราจะทำให้ดีแต่หากระเบียบปฏิบัติไม่ได้เอื้อทำให้การไหลของสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นทุกอย่างก็จะสะดุด เวลาก็จะมากขึ้นและอาจตามมาด้วยค่าใช้จ่าย ซึ่งตนได้ผลักดันเรื่องของการแก้กฎหมายเหล่านี้เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายลำที่ท่าเรือแหลมฉบังมามากกว่า 10 ปี พบว่าปัญหาใหญ่ไม่ใช่เป็นเรื่องของกายภาพแต่เป็นเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นคือข้อจำกัดและอุปสรรคในเชิงโครงสร้างทางกฏหมายที่ซับซ้อนมีผลทำให้การถ่ายลำผ่านแดนในประเทศไทยน้อยมาก มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ของปริมาณการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ที่แหลมฉบัง ในขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 80% ข้อจำกัดในเรื่องการขนจากเรือต่อรถ ต่อรถไฟ หรือรถบรรทุก มีความไม่แน่นอน 

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเสนอออกกฏหมาย SEC ที่ต้องการให้เหมือน EEC นั้น จากประสบการณ์ ที่กฎหมาย EEC ออกมาแล้วก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะไปดลบันดาลให้กฎหมายอื่นๆต้องศิโรราบเพราะศักดิ์ของกฎหมายมีอำนาจเท่ากัน ความซับซ้อนต่างๆในการดำเนินการยังคงมีอยู่ และไม่สามารถแก้ได้ เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลต้องการทำโครงการแลนด์บริดจ์จริงๆ ภายใต้สมมุติฐานว่าการศึกษาอุปสงค์เป็นไปได้ ก็จะต้องมาแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะหากไม่แก้ก็จะเกิดปัญหาตามมา ซึ่งเป็นความเสี่ยงในเรื่องของกฎระเบียบ สมมุติว่าศึกษาในด้านเศรษฐศาสตร์เรื่องการเงินแล้วมีความเป็นไปได้ ก็ต้องแก้เรื่องเหล่านี้ให้ครบ และอย่าไปหวังสูตรสำเร็จว่าออกกฏหมาย SEC แล้วจะเป็นยาวิเศษรักษาได้ทุกโรค

นายประพันธ์ ​กล่าวอีกว่า ร่องน้ำฝั่งระนองเป็นร่องน้ำที่แคบและตื้น หากจะขุดลงไป ค่าบำรุงรักษาในระยะยาวจะเป็นเท่าไหร่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เหล่านั้นจะมาอีกเท่าไหร่ ความเสี่ยงในด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นพรมแดนทางทะเลที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านก็ยังไม่มีความชัดเจน อาจจะนำไปสู่ข้อพิพาทโดยไม่จำเป็นที่สำคัญหากยังไม่มีโครงการและผู้ร่วมทุนที่ชัดเจน การเวนคืนที่ดินก็ไม่ควรกระทำเพราะจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชน และก่อให้เกิดภาระทางการคลังในการเยียวยา ส่วนที่มีการนำเสนอว่าเรื่องต้นทุนทั้งหลายเป็นของเอกชน ทั้งการเวนคืนที่ดิน และการเยียวยา เป็นต้นทุนของโครงการด้วยหรือไม่ ก็ไม่มีการตอบอย่างชัดเจน เพราะที่จริงแล้วต้องเอาต้นทุนเหล่านี้ใส่เข้าไปในโครงการด้วยเพื่อคำนวณหาผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์

นายประพันธ์ กล่าวว่า จึงมีข้อเสนอแนะใน 2 ระดับให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ1. ข้อเสนอเชิงนโยบาย มี 6 ประเด็น พบว่าการศึกษาไม่ได้บ่งถึงความพร้อมและมีจุดบกพร่องอยู่หลายเรื่อง หากรัฐบาลต้องการผลักดันเรื่องนี้ต้องทบทวนข้อสมมุติฐานของโครงการในการศึกษา 2.ไปพิสูจน์อุปสงค์อุปทานที่จะใช้  ที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงิน และต้องระมัดระวังภาระทางการคลังในระยะยาว 3.โครงสร้างการกำกับดูแลและการบริหาร ในการถ่ายลำจัดการปัญหาให้ชัดเจน 4. ผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ สิ่งที่ต้องระมัดระวังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนเมื่อทำโครงการนี้การทำโลจิสติกส์ในประเทศไทย จะฐานโลจิสติกส์ภาคกลางย้ายมาอยู่มหาสมุทรอินเดียต้นทุนจะถูกจริงหรือไม่ อาจทำให้เกิดการบิดเบือนโครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์ 5. กรอบกฎหมายทบทวนร่าง พ.ร.บ.SEC ไม่ใช่ยาวิเศษ และ6. ความเสี่ยงและภาระทางการคลัง ประเมินความเสี่ยงทางการคลังอย่างรอบคอบหลีกเลี่ยงการสร้างภาระผูกพันระยะยาวที่ไม่จำเป็น 

นายประพันธ์ กล่าวว่า 2. ข้อเสนอในเชิงปฏิบัติการ มี 9 ข้อ มาจากผลการศึกษาของ ผู้ที่ศึกษาว่ามีอะไรจะต้องทบทวนแก้ไข 1. ทบทวนและทวนสอบสมมุติฐานหลัก 2. ปรับปรุงแบบจำลองเวลาและต้นทุน 3. บริหารจัดการตู้ให้รองรับระบบราง 4. ประเมินเปรียบเทียบเวลาเส้นทาง 5. ปรับปรุงแบบจำลองส่วนแบ่งตลาด 6. ศึกษาแนวคิดการพัฒนาร่องน้ำ 7. เวนคืนที่ดินการสื่อสารต่อศาล 8. กฎหมายและวิธีการผ่านแดน ถ่ายลำ และ9. ทบทวนรายงานโดยผู้เชี่ยวชาญ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่นำเสนอแต่ขอให้กลับไปไตร่ตรอง อยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน 

จากนั้นายนรเศรษฐ ได้สนอญัตติว่า คันในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันโครงการภายใต้กรอบกฎหมายของ SEC วันนี้มีคำถามสำคัญมากมายที่ยังไม่ได้มีคำตอบชัดเจนจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ขาดความน่าเชื่อถือตลอดจนกฎหมายพิเศษที่อาจจะกระทบต่อหลักปกครองและสิทธิประชาชน ยืนยันว่าการเสนอญัตติครั้งนี้ไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนา แต่เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างรอบคอบโปร่งใสและยังยืน

Leave a comment