
สีหศักดิ์ จ่อทบทวนฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว ปรับลดเหลือไม่เกิน 30 วัน
วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.09 น.
สีหศักดิ์ จ่อทบทวนฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว สกัดใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทำกระทบประเทศไทย เผย ปรับลดเหลือไม่เกิน 30 วัน
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าว่า กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าวีซ่ามีหลายประเภท โดยฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวให้ระยะเวลา 60 วันอาจจะมากไป และอาจมีคนที่ไม่ได้เข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์การท่องเที่ยว แต่อาศัยเข้ามาตรงนี้จึงต้องดูแลให้รัดกุม โดยเรื่องนี้เตรียมเสนอตั้งแต่สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 แต่เป็นช่วงของการเลือกตั้งจึงเลื่อนออกไป และขณะนี้ต้องเร่งเสนอ โดยกระบวนการทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เพราะคณะกรรมการวีซ่าที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูอยู่แล้ว ตนได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าเรื่องวีซ่าปัจจุบันมีจำนวนมากที่มีการผลักดันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้จะเป็นวัตถุประสงค์ที่ดี เช่น เข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ แต่บางครั้งอาจเกินความจำเป็น จึงต้องมาดูหลักเกณฑ์ว่าเป็นอย่างไร มีความจำเป็นขนาดไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะได้ข้อสรุปยุบรวมหลักเกณฑ์ในการออกวีซ่าเมื่อไหร่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำลำดับแรกคือ เรื่องฟรีวีซ่า ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนักท่องเที่ยว สืบเนื่องจากกรณีชาวจีน ที่มีคนไปบอกว่าตนให้ความเห็นเรื่องวีซ่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ ความจริงไม่ใช่ เพราะก่อนหน้านี้ทำมาแล้ว นอกจากนั้นจะดูภาพรวมวีซ่า ซึ่งมีจำนวนมากว่าจำเป็นหรือไม่ และจะยุบรวมได้หรือไม่
เมื่อถามว่า กรณีชาวจีนจะมีเรื่องการพิจารณาลดเวลาพำนักในประเทศไทย หรือจะยกเลิกไปเลยกรณีฟรีวีซ่า นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่ได้มุ่งที่ประเทศใด แต่ดูที่กิจกรรมที่อาจสร้างปัญหาให้กับประเทศไทย โดยจะต้องออกวีซ่าให้กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว ไม่น่าจะเกิน 30 วัน และกำหนดหลักเกณฑ์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ รวมถึงคนที่เข้ามาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวีซ่านั้นๆ หรือไม่ เราไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่ใครที่เข้ามาประกอบกิจกรรมที่เราไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวกับภัยเรื่องความมั่นคง อย่างเช่น กรณีชายชาวจีนที่เราจับกุม เราต้องเข้มงวด