ไอติม อ่านไต๋รัฐบาลรวมเงินกู้ในฉบับเดียว หวังบีบฝ่ายค้านต้องวิจารณ์ส่วนเยียวยาช่วยเหลือไปด้วย

ไอติม อ่านไต๋รัฐบาลรวมเงินกู้ในฉบับเดียว หวังบีบฝ่ายค้านต้องวิจารณ์ส่วนเยียวยาช่วยเหลือไปด้วย

ไอติม อ่านไต๋รัฐบาลรวมเงินกู้ในฉบับเดียว หวังบีบฝ่ายค้านต้องวิจารณ์ส่วนเยียวยาช่วยเหลือไปด้วย

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.25 น.

ไอติม ซัด รัฐบาล ฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนประชาชน ข้องใจทำไมรวมเงินกู้ไว้ในฉบับเดียว อ่านไต๋เป็นแผนบีบฝ่ายค้านต้องวิจารณ์ส่วนเยียวยาช่วยเหลือไปด้วย เชื่อจงใจ หนีสภา พลัส เตรียมชงญัตติด่วนพฤหัสฯ นี้ ตั้ง กมธ.วิสามัญตามรอยโควิด ลั่นไร้เหตุผลที่จะไม่ตั้ง 

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางว่า คำร้องเราเขียนไว้ค่อนข้างชัดเจน รัดกุม พุ่งเป้าไปที่เงินก้อน 200,000 ล้านบาทหลัง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งเป็นตีกรอบให้ชัดในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ตนและพรรคประชาชนมีความกังวลใจคือการดำเนินการของรัฐบาล ว่ารัฐบาลเลือกดำเนินการอย่างไม่ตรงไปตรงมา เพื่อหลีกหนีการตรวจสอบของสภา ตนขอใช้คำว่าอาจเข้าข่ายปรากฎการณ์ “หนีสภาพลัส” 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หนีที่หนึ่ง คือความจงใจของรัฐบาลในการนำเงิน 2 ก้อน มัดรวมไว้ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว ซึ่งเป็นการบีบให้ฝ่ายค้านอาจจะมีท่าทีไม่เห็นด้วย ต้องแสดงความเห็นกับเงินทั้ง 2 ก้อนในคราวเดียวกัน ส่วนคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เราได้แยกเงิน 2 ก้อนอย่างชัดเจน และมองว่าเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรวมเงิน 2 ก้อนอยู่ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว ชัดเจนว่าเป็นการพยายามจะฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกัน และไปสอดไส้โครงการด้านพลังงาน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภา เพราะใช้กลไก พ.ร.ก.

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนขอตั้งคำถามกลับไปว่าหากสิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่ได้พยายามจะเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกันห bรือสอดไส้โครงการพลังงานเข้ามา คำถามคือทำไมต้องรวมอยู่ในฉบับเดียว ทำไมไม่เอาเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง มารวมเข้ากับงบประมาณปกติ หากจะอ้างว่าไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติได้ ก็แยกออกมาเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้อีกฉบับก็ได้ แต่การเอามารวมกันมันเป็นรูปธรรมของการหนีสภาชั้นที่หนึ่งด้วยการยัดไส้

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หนีที่สอง ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่เรามีความกังวลใจ โดยในวันที่14 พ.ค.นี้ พรรคประชาชนจะยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมการธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้นี้ แม้ว่าจะยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พ.ร.ก.เงินกู้ก็บังคับใช้ได้แล้ว และรัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ เมื่อการใช้เงินกำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ดีที่สภาจะสามารถมีกรรมาธิการวิสามัญมาตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้เงิน ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกใหม่ เหมือน พ.ร.ก.เงินกู้ช่วงโควิด-19 ที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแบบนี้ขึ้นมา ดังนั้น การยื่นศาลรัฐธรรมนูญอาจทำให้วาระการลงมติอนุมัติ พ.ร.ก. เงินกู้ชะลอออกไป แต่เมื่อการใช้เงินเกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีเหตุใด ที่สภาจะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบการใช้เงิน จึงหวังว่า สส.รัฐบาลจะให้ความร่วมมือ และไม่พยายามใช้เสียงข้างมากเพื่อปิดกั้นการตรวจสอบ

เมื่อถามว่ากระบวนการของคณะกรรมาธิการสามัญติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถใช้ตรวจสอบในกรณีนี้ได้ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นคนละประเด็นกัน เพราะคณะกรรมาธิการสามัญติดตามงบฯ ภารกิจคือติดตามตรวจสอบงบประมาณในภาพรวม ไม่ได้เป็นภารกิจที่เจาะจง พ.ร.ก.เงินกู้ก้อนนี้ และเราเห็นว่าทุกครั้งที่มีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาโดยเฉพาะ หากมีการสกัดกั้นไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว  เราก็ต้องพยายามใช้กลไกอื่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ตนคิดว่าไม่มีเหตุที่จะไม่ตั้ง

เมื่อถามว่านายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุว่ายินดีหากมีการยื่นญัตติ ฝ่ายค้านพร้อมยื่นพรุ่งนี้เลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เอกสารญัตติพร้อมอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลพร้อม ก็สามารถยื่นด้วยวาจาได้ ถ้า สส.รัฐบาล วิปรัฐบาลยินดี ก็สามารถตั้งได้เลยในวันพฤหัสบดีนี้

เมื่อถามว่าจะมีกลไกหรืออาวุธใดที่จะยับยั้งมากกว่านี้หรือไม่ เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายพริษฐ์ กล่าวว่า นั่นเป็นอาวุธที่ฝ่ายค้านมีอยู่แล้ว ยังไม่นับรวมเรื่องการตรวจสอบงบประมาณ ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม แต่ ณ วันนี้ เราพุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้เฉพาะหน้า และไม่ได้ปิดกั้นการใช้อาวุธอื่น ในการตรวจสอบ อันที่จริงไม่ใช่เพียง พ.ร.ก.เงินกู้ แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่เราเริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล

เมื่อถามว่าหากกระบวนการผู้นำฝ่ายค้านเสร็จสิ้น  จะพิจารณายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อันนั้นเป็นอาวุธที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ทันทีอยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่าจะยื่นเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า  เราคงมีการหารือกันทันที แต่จะใช้เมื่อไหร่ ต้องดูข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ ว่ากลไกการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ยื่นได้ 1 ครั้งต่อปี เรามีเวลาจากวันนี้จนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2570 ที่สามารถใช้ได้ ส่วนจังหวะเวลาจะเป็นช่วงไหน ผู้นำฝ่ายค้านคงต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน

Leave a comment