
จวกผีน้อยทำถูกแบน รัฐบาลลั่นช่วยไม่ได้
วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
จวกผีน้อยทำถูกแบน รัฐบาลลั่นช่วยไม่ได้
นายกฯหนู บอกช่วยไม่ได้เกาหลีแบน แรงงานไทย 4จังหวัด เหตุทำผิดกฎหมายทิ้งงานไปเป็นผีน้อย แต่หากถูกกลั่นแกล้งพร้อมปกป้อง ยกภาษิตไทย“ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง”ขอมีสำนึกรับผิดชอบ อย่าทำผิด ด้าน รมว.แรงงานนัดเจรจาทูตเกาหลี หาทางผ่อนปรนแก้ปัญหาร่วมกัน
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี, ขอนแก่น, ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ตลอดทั้งปี 2569 ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อน เพราะยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ซึ่งหากมีการเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกแบน เช่นเดียวกับผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็ต้องถูกแบนเช่นกัน ดังเช่นการลงพื้นที่ ตรวจเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่ามีการทำผิดกฎหมาย ที่พักและโรงแรม ไม่มีใบอนุญาต มีวิลล่าเถื่อน แม้จะบอกว่า นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย แค่นี้ไม่พอเพราะมีการทำผิดกฎหมาย ซึ่งก็เหมือนกัน หากเราไปทำงานต่างประเทศแล้วทำผิดกฎหมาย บ้านเขาเขาก็มีสิทธิแบนเรา ดังนั้น จึงต้องไม่ทำผิดกฎหมาย
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ช่วยครับ ช่วยไม่ได้ครับ เพราะคุณทำผิดกฎหมายเอง” แต่ถ้าหากคุณทำถูกกฎหมาย แล้วถูกกลั่นแกล้ง รัฐบาลจะเข้าไปปกป้องอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าการที่เกาหลีแบนจะส่งผลกระทบต่อคนไทยที่ไปท่องเที่ยวหรือไม่ นายอนุทิน ได้ยกสุภาษิตไทย ปลาเน่าตัวเดียว ทำให้เหม็นหมดทั้งข้อง ดังนั้น เราต้องมีสำนึกในความรับผิดชอบด้วย ซึ่งตนเองคิดว่า เรื่องแรงงานกับเรื่องท่องเที่ยว เป็นคนละเรื่องกัน อย่าเพิ่งไปฟังคนนั้นคนนี้พูดว่า จากนี้คนไทย จะเข้าไปท่องเที่ยวเกาหลีลำบาก เพราะเกาหลีเองเขาก็ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว จากคนไทย เพราะคนไทยไปใช้เงินทั้งช็อปปิ้งและเสริมสวยต่างๆ ซึ่งเราถือเป็นคู่ค้าสำคัญของเขา หากมีปัญหาใดๆ ตนจะไปชี้แจงกับทางรัฐบาลเกาหลี เรารู้จักกันดี
ประเด็นดังกล่าว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ระบุว่า เรามีข้อตกลงร่วมกันกับฝ่ายเกาหลีว่า หากแรงงานจากจังหวัดใดหลบหนีเกิน 20% จะมีผลต่อการระงับการรับแรงงานจากจังหวัดนั้น และเรื่องนี้ทำประเทศไทยเสียชื่อเสียง
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จำเป็นต้องหารือกับฝ่ายเกาหลีใต้ เพราะไม่ควรนำการกระทำผิดของคนส่วนน้อยไปกระทบต่อแรงงานอีกกว่า 80% ที่ตั้งใจไปทำงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งหาข้อมูล พร้อมทั้งเชิญ สถานทูตเกาหลีในประเทศไทย มาร่วมหารือในประเด็นดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในสัปดาห์นี้ โดยในสาระเตรียมเจรจาขอ “ผ่อนผัน” มากกว่าการขอแก้ไข MOU ทั้งฉบับ เนื่องจากไทยไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก และต้องยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากแรงงานไทยหลบหนีเอง
ด้านนางจิราภรณ์ แซ่จัน จัดหางานจังหวัดมหาสารคาม ชี้แจงว่าที่ผ่านมา จังหวัดมหาสารคาม ได้รับโอกาสจากกรมการจัดหางาน ให้ดำเนินการรับสมัครแรงงานไปทำงานภาคเกษตรตามฤดูกาลในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีผู้สมัครกว่า 100 คนแต่ได้รับการคัดเลือกเดินทางไปเพียงประมาณ 18-19 คน แต่หลบหนีนายจ้าง 6 ราย และได้แจ้งให้รีบกลับไทย ถ้ายังฝ่าฝืน จะถือเป็นผู้พำนักผิดกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ทันที
ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม จึงขอความร่วมมือแรงงานไทยทุกคน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศปลายทาง เคารพสัญญาจ้าง และไม่หลบหนีนายจ้าง เพื่อรักษาโอกาสของแรงงานไทยรุ่นต่อไปในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป