กองทัพไทยฮึ่ม ทหารเขมรยิงปืนยั่วยุ

กองทัพไทยฮึ่ม  ทหารเขมรยิงปืนยั่วยุ

กองทัพไทยฮึ่ม ทหารเขมรยิงปืนยั่วยุ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพไทยฮึ่ม ทหารเขมรยิงปืนยั่วยุ ปชช.ผวาเปิดศึกรอบ3

กองทัพบกแจงพบทหารเขมรยั่วยุ พื้นที่โอร์เสม็ด-ช่องจอม 2 เหตุเฝ้าติดตามใกล้ชิด พร้อมดูแลความปลอดภัย ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำไทยไม่ต้องการขัดแย้ง เก็บหลักฐานเขมรทำผิดข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า กองทัพบก ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี ว่าตรวจพบเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้กับช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ 2 เหตุการณ์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.00 น.พบทหารกัมพูชาประมาณ 10-15นาย พร้อมชาวต่างชาติ 2 คน มีพฤติกรรมยั่วยุ เข้ามาใกล้แนวเขตลวดหนามและบันทึกวิดีโอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนด้วยวาจาแต่ไม่เป็นผล จึงใช้อาวุธปืนยิงเตือน2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และป้องปรามการกระทำที่อาจขัดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ตลอดจนเพื่อลดความตึงเครียดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน

จากนั้นช่วงเวลา 18.40น.ตรวจพบเหตุเพิ่มเติมบริเวณเดียวกัน โดยมีการยิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด รวม 11 นัด ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่ได้ตอบโต้กลับ เนื่องจากประเมินว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุถึงปัจจุบันยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา

โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า กองกำลังสุรนารี ยังคงตรึงกำลังพร้อมปฏิบัติการทันทีหากมีการรุกล้ำอธิปไตย โดยยึดหลักปฏิบัติตามข้อตกลงและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ หากประชาชนพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งหน่วยทหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย- กัมพูชา ว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกองกำลังสุรนารีและหน่วยด้านความมั่นคงในพื้นที่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติของฝ่ายไทยจะดำเนินการตามกฎการปะทะ (Rules of Engagement : ROE) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยึดหลักความอดทน อดกลั้น และเป็นไปตามข้อตกลงร่วม รวมถึงกฎหมายและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกันกองทัพไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หากเกิดสถานการณ์รุกล้ำหรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวต่อว่า ไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 มุ่งเน้นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขตามแนวชายแดน หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเป็นการยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด โดยพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากฝ่ายกัมพูชาบางกรณีถือว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งฝ่ายไทยจะรวบรวมข้อมูลและบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

พร้อมกันนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ รวมทั้งใช้วิจารณญาณในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันความสับสนจากข่าวสารที่บิดเบือน

Leave a comment