รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย

รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย

รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.51 น.

’รัฐสภา‘ 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน ‘34ร่างกฎหมาย’  เปิดขั้นตอนดันพิจารณาต่อในสภาฯ ด้าน ‘อภิสิทธิ์’ สอนมวย ’รัฐบาล‘ ทิ้งท้าย อย่าดูแคลน-แบ่งแยกงานสภาฯ ย้ำภาคประชาชนแสดงเจตจำนงชัด ไม่ควรถูกกล่าวหาไม่ยืนยันร่างกม.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ จำนวน 34 ฉบับ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งภายหลังนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปว่า ขอบคุณรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ชี้แจง ซึ่งความจริงตอนที่ตนอภิปรายได้ระบุว่าความเหมาะสมจริงๆแล้วควรจะเป็นรัฐมนตรี (ครม.) ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แต่ละฉบับมาตอบ จริงๆรัฐมนตรีพยายามอธิบายว่าการยืนยันหรือไม่ยืนยันกฎหมายนั้น ท่านไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง เอาเฉพาะร่างของครม. พรรคการเมือง หรือภาคประชาชน แต่พวกเราที่อยู่ในสภาฯ มานาน เมื่อกฎหมายผ่านวาระที่ 1 รับหลักการ เรามักจะพูดเสมอว่าเจ้าของคือสภาฯ แล้ว ไม่มีกฎหมายรัฐบาลหรือกฎหมายฝ่ายค้าน พรรคนั้นหรือพรรคนี้ ซึ่งคำชี้แจงในทำนองว่า ยังมีปัญหาความเห็นแย้ง ตนไม่อยากให้รัฐบาลดูแคลนการทำงานของสภาฯ หลายฉบับกรรมาธิการฟังทุกฝ่ายมาแล้วจึงได้มีข้อสรุป สิ่งที่เราต้องการในวันนี้คือสภาฯ สามารถสานต่องานของสภาฯ ชุดที่แล้วได้ 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า มีกฎหมาย 2 ฉบับที่คำชี้แจงของท่านทำให้ตนไม่สบายใจ คือ 1. เรื่องการรายงานเคลื่อนย้ายมลพิษ ซึ่งในคำอธิบายกับกลายเป็นว่า ท่านบอกว่าภาคประชาชนไม่ได้แสดงเจตจำนงในการที่จะยืนยัน ซึ่งคนกลุ่มที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ ได้ยื่นหนังสือและแถลงข่าว นอกจากนั้นยังเดินสายพบกับพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งตนเมื่อได้รับเรื่องจากพวกเขาได้โทรหารัฐมนตรี 2 คน สส.พรรครัฐบาล 1 คน ว่าเขาประสงค์จะยืนยันและตนเห็นด้วยกับเขา ฉะนั้น ไม่จริงที่บอกว่าเขาไม่ได้แสดงเจตจำนง

“วันนี้ทำของเขาตกแล้ว อย่าไปโทษเขาว่าเป็นเพราะเขาไม่ยืนยัน เพราะผมคนหนึ่งและเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอีกหลายพรรค ก็ได้พบกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งการที่ท่านบอกว่าไม่เป็นไร รัฐบาลปล่อยตกไปเขายืนยันได้ ถูกต้องครับ แต่ความต่างกลับกลายเป็นว่า ถ้าท่านยืนยันเราตั้งต้นจากการมีร่างที่ทุกฝ่ายเห็นชอบด้วยกันแล้ว เพราะผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการแล้ว แต่ที่เขายืนยันได้ตามสิทธิ์ เหมือนกับเสนอกฎหมายใหม่ กลับยากขึ้นไปอีก แล้วถามว่าผมทราบหรือไม่ว่าทางรัฐบาลคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วเอาสาระตรงนี้ใส่เข้าไป ผมทราบ แต่ถ้าใส่ใจจริงๆ ท่านจะพบว่าการแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับนั้น จะต้องเสียเวลาอีกมากเพราะรื้อกฎหมายเกือบทั้งฉบับ ในขณะที่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรายงานและเคลื่อนย้ายมลพิษ ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปก่อนจะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับประชาชนที่ต้องอยู่กับเรื่องเหล่านี้ และเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเองในเรื่องของ OECD ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่าถ้าภาคประชาชนยืนยันกฎหมายฉบับนี้ ถ้าถูกตีความว่าเป็นกฎหมายการเงิน นายกฯ จะเซ็นรับรองให้ทันที หรือถ้าเข้ามาอยู่ในระเบียบวาระ รัฐบาลจะยืนยันเลื่อนระเบียบวาระนั้นมาให้เขาก่อน ถ้าเป็นเช่นนี้ผมคิดว่าก็ยังเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนขึ้นว่าเราจะได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า กฎหมายอสม. ที่ท่านพูด ความจริงเถียงมาจากสภาฯ ชุดที่แล้ว แล้วเขาก็ยืนยันว่า เรื่องอายุไม่เกิน 60 ปี เขาหมายถึงตอนที่จะรับเข้ามาเป็นอสม. แต่อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วและอายุเกิน 60 ปี เขา ก็ยังยืนยันหลักที่บอกว่าจะพ้นจากการเป็นอสม. ด้วยเงื่อนไข เช่น ตาย ลาออก หรือไม่ผ่านการประเมิน ตนเห็นใจ รัฐมนตรีที่แปลกอยู่ว่าจะต้องมาชี้แจงแทนทุกกระทรวง แต่ข้อเท็จจริงคืออย่างน้อยที่สุด 2 ฉบับนี้ อยากให้ทางรัฐบาลช่วยทำให้สามารถกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาให้เร็วที่สุด และย้ำว่ากฎหมายใดที่พวกเรารับหลักการแล้วเป็นของพวกเราทุกคน ไม่ต้องแบ่งแยก

ทั้งนี้ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภา อภิปรายเสร็จสิ้นและ นายภราดร ชี้แจงต่อที่ประชุมอีกครั้งแล้ว จึงได้ลงมติ โดยที่ประชุมได้ใช้วิธีการลงมติครั้งเดียว ว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายที่ ครม. ร้องขอต่อรัฐสภา ทั้ง  34 ฉบับ หรือไม่ มติของที่ประชุม เห็นชอบ 611 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง จากนั้นนายโสภณ ได้สั่งปิดประชุมทันทีในเวลา16.20น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐสภา ลงมติเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายทั้ง 34 ฉบับจะกลับไปสู่ขั้นตอนที่ค้างอยู่ ยกเว้นหากเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนกมธ.ของสภาฯ ทางสภาฯ ต้องตั้งกมธ.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่วาระกมธ.ของสว. นั้นจะให้วิปวุฒิสภาพิจารณาว่าปรับเปลี่ยนกมธ.หรือให้ชุดเดิม ทำงานต่อ

สำหรับขั้นตอนของร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นั้น แบ่งเป็น โดย 1.ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคือสภาฯ จำนวน  1 ฉบับ 2.อยู่ในชั้นกมธ.วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้วรอเข้าวาระพิจารณา 4 ฉบับ 3.อยู่ในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา  จำนวน 3 ฉบับ 4.รอการพิจารณาของวุฒิสภาวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ

5.อยู่ในส่วนที่กมธ.สภาฯ พิจารณาเสร็จแล้วรอพิจารณาวาระสอง จำนวน 5 ฉบับ  6.อยู่ระหว่างพิจารณาของ กมธ.สภาฯ จำนวน 1 ฉบับ และ 7.รอพิจารณาวาระที่หนึ่ง 

Leave a comment