
15 พ.ค. 2569 12:19 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
รัสเซียกระหน่ำโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครนหนักสุดในรอบ 4 ปี – 2 วัน ตายพุ่ง 27 ศพ
ยูเครนเผชิญการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 วันนับตั้งแต่เริ่มสงคราม รัสเซียส่งโดรนกว่า 1,500 ลำ และขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟและหลายเมืองทั่วประเทศ คร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 27 ศพ ด้านประธานาธิบดียูเครนระบุ การโจมตีครั้งนี้สะท้อนว่ารัสเซียยังไม่มีท่าทีต้องการยุติสงคราม
ทางการยูเครนเปิดเผยว่า ในช่วงวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13-14 พ.ค.) รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสงคราม 4 ปี โดยระดมโดรนพิฆาตกว่า 1,567 ลำ และขีปนาวุธอีกหลายสิบลูก เข้าถล่มโครงสร้างพื้นฐานและย่านที่พักอาศัยของพลเรือนในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
เป้าหมายหลักของการโจมตีในครั้งนี้คือกรุงเคียฟซึ่งถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ Kh-101 รุ่นใหม่ล่าสุด แรงระเบิดทำให้ตึกที่พักอาศัยสูง 9 ชั้นถล่มลงมาทั้งแถบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อขุดค้นร่างผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงคีว ประกาศให้วันศุกร์เป็นวันไว้อาลัยทั่วเมืองหลวง เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงเด็กอย่างน้อย 3 รายที่เสียชีวิตจากการโจมตีในย่านชุมชน
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุในแถลงการณ์ว่า “นี่ไม่ใช่การกระทำของผู้ที่เชื่อว่าสงครามกำลังจะจบลง” ซึ่งเป็นการตอบโต้คำกล่าวของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่เคยอ้างก่อนหน้านี้ว่าสงครามกำลังเข้าสู่จุดสิ้นสุด นอกจากนี้ เซเลนสกียังเผยว่าโดรนของรัสเซียได้จงใจโจมตีรถของหน่วยประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNOCHA) ในเมืองเคอร์ซอน แต่โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
นอกเหนือจากกรุงเคียฟแล้ว พื้นที่อื่นๆ ยังได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยที่เมืองคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ถูกโจมตีทำให้มีผู้บาดเจ็บ 28 ราย รวมถึงเด็ก 3 ราย ส่วนระบบไฟฟ้าใน 11 ภูมิภาคถูกตัดขาด โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ท่าเรือในเมืองโอเดสซาและเส้นทางรถไฟถูกโจมตีเพื่อตัดวงจรการขนส่ง
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนเพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพ ด้านนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ชี้ว่าการกระทำของรัสเซียคือ “การเยาะเย้ยอย่างเปิดเผย” ต่อความพยายามยุติสงคราม ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประณามว่าการถล่มพลเรือนคือการแสดงความอ่อนแอของรัสเซียที่ไร้ทางออกในสนามรบ
สงครามในยูเครนซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี กลายเป็นความขัดแย้งที่เลวร้ายที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วนับแสนราย และทำให้ประชาชนอีกหลายล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น.
ที่มา Reuters / AFP