
15 พ.ค. 2569 09:23 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต
รัฐบาลเมียนมาเสนอร่างกม.ใหม่ ใช้โทษประหารชีวิต กับผู้ที่เกี่ยวข้องศูนย์หลอกลวงออนไลน์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติ หลังเมียนมาเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ใหญ่สุดในอาเซียน
สภานิติบัญญัติที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมา หรือพม่า เผยแพร่ร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Online Scam Bill) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเนื้อหาสำคัญระบุว่า ผู้ที่ใช้ความรุนแรง การทรมาน การกักขังโดยมิชอบ หรือการปฏิบัติอย่างโหดร้าย เพื่อบังคับให้ผู้อื่นร่วมก่ออาชญากรรมออนไลน์ อาจถูกลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเสนอให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต กับผู้ที่ดำเนินการศูนย์สแกมออนไลน์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตสแกม
ตลอดช่วงสงครามกลางเมืองที่ปะทุหลังรัฐประหารปี 2021 พื้นที่หลายส่วนของเมียนมาหรือพม่า เผชิญภาวะไร้เสถียรภาพ จนกลายเป็นแหล่งรวมอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการหลอกลวงออนไลน์ที่ตั้งฐานอยู่ในพื้นที่ชายแดนและเขตอิทธิพลติดอาวุธ
รายงานจากหลายประเทศพบว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากถูกหลอกหรือค้ามนุษย์เข้าไปทำงานในศูนย์สแกมในเมียนมา ก่อนถูกบังคับทำงาน ทรมาน และทำร้ายร่างกาย หากไม่สามารถหลอกเหยื่อได้ตามเป้า
ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ระบุว่า เฉพาะในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว เหยื่อสูญเงินจากการหลอกลวงออนไลน์ลักษณะนี้มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา
ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังกลายเป็นชนวนความตึงเครียดระหว่างเมียนมากับจีน เนื่องจากมีทั้งชาวจีนที่เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์สแกม ผู้ร่วมขบวนการ และผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลอดสงครามกลางเมือง 5 ปีที่ผ่านมา จีนพยายามรักษาผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ด้วยการสนับสนุนทั้งฝ่ายกองทัพเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธบางส่วนตามสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังจีนมีท่าทีสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมามากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเลือกตั้งภายใต้รัฐบาลทหาร ที่ไม่เปิดทางให้พรรคฝ่ายค้านสำคัญอย่างพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี ซึ่งยังถูกควบคุมตัวหลังรัฐประหาร
ร่างกฎหมายต่อต้านสแกมออนไลน์ฉบับนี้ ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ถูกเสนอภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ที่เพิ่งรับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ฝ่ายจับตาประชาธิปไตยมองว่า การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามรีแบรนด์ ภาพลักษณ์ของรัฐบาลทหาร เพื่อยุติสถานะการถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาเพิ่งประกาศย้ายนางอองซาน ซูจี จากเรือนจำไปกักบริเวณในบ้านพักเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเป็นเพียงความพยายามฟื้นภาพลักษณ์รัฐบาลเช่นกัน
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายใหม่ยังเสนอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกับต่างประเทศ เพื่อประสานความร่วมมือปราบปรามอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่รัฐบาลเมียนมาต้องการเปิดช่องสร้างความร่วมมือกับนานาชาติอีกครั้ง.
ที่มา : channelnewsasia