คุณหญิงหน่อย ให้กำลังใจ กกร. ควรได้รับดอกไม้ มิใช่ก้อนหิน ลั่นถึงเวลาตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน ปราบโกง

คุณหญิงหน่อย ให้กำลังใจ กกร. ควรได้รับดอกไม้ มิใช่ก้อนหิน ลั่นถึงเวลาตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน ปราบโกง

คุณหญิงหน่อย ให้กำลังใจ กกร. ควรได้รับดอกไม้ มิใช่ก้อนหิน ลั่นถึงเวลาตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน ปราบโกง

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.58 น.

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จากกรณี  คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ และพบว่าเกือบ 90% ของภาคธุรกิจ มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ข้อความระบุว่า  ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ คณะกรรมการ กกร. ที่เอาจริงกับขับเคลื่อนไทยสู่ Zero Corruption ด้วยพลังภาคเอกชน 
ซึ่งดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

เพราะการคอรัปชั่น คือตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยยากจน เศรษฐกิจไทยดิ่งเหว

แต่หลังการเผยผลสำรวจจากผู้ประกอบการที่สะท้อนข้อเท็จจริง ว่าการคอร์รัปชันทวีความรุนแรงขึ้น จนเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ 

และทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย “กกร. กลับถูกถล่มจากผู้มีอำนาจที่คุมหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน”

“ความกล้าหาญของกกร. ที่ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงนี้ ไม่ควรได้รับการปาด้วยก้อนหิน แต่ควรจะได้รับดอกไม้ และคำยกย่อง จากผู้มีอำนาจ”

เพราะหากผู้มีอำนาจทั้งหลาย มีความจริงใจ 

ในการปราบคอรัปชั่นจริง  จะมองเห็น ประโยชน์จากข้อมูลของผลสำรวจนี้  ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางข้อมูลที่กกร. มอบให้ 

ซึ่งผู้มีอำนาจควรจะนำไปจัดการปราบคอรัปชั่นในหน่วยงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง ทำให้เป็น

“วาระแห่งชาติในการปราบโกง” โดยจับมือร่วมกับภาคเอกชนเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้ที่รู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงดีที่สุด เพราะเขาเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการถูกเรียกรับผลประโยชน์ จากเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอำนาจโดยตรง มีประสบการณ์ด้วยตนเอง

“ผู้ประกอบการเหล่านี้ จึงรู้ว่า เจ้าหน้าที่ และผู้มีอำนาจคนใด ในหน่วยงานใด เรียกรับผลประโยชน์อย่างไร” 

รัฐบาลจึงควรจะสนับสนุนให้ กกร. เข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น 

อย่างที่ดิฉันและ #พรรคไทยสร้างไทย ได้พยายามเสนอมาหลายครั้งในการรณรงค์เลือกตั้งว่า เราควรจะตั้ง“ปปช. ภาคประชาชน”  

โดยดิฉันเห็นว่าควรใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้น ในการ“แต่งตั้งคณะกรรมการกกร. เข้ามามีส่วนในการปราบคอรัปชั่น อย่างเป็นรูปธรรม” ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบาย 4 T ของรัฐบาล ถึง2 เรื่อง คือTransformation และ Together 

ดังนั้น ดิฉันขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ ในการสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรี ได้เอาจริงกับการปราบโกง โดยประกาศให้การ 

“ปราบคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ”  และแต่งตั้ง “คณะกรรมการปราบโกงภาคประชาชน” โดยแต่งตั้งตัวแทนจากคณะกรรมการ กกร. และตัวแทนภาคประชาชน ให้เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศชาติ และรัฐบาลเอง

ซึ่งดิฉันเชื่อว่าหากให้กกร. มีอำนาจ มีส่วนร่วมในการปราบคอรัปชั่น การทุจริตจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราจะสามารถเข้าสู่ #ZeroCorruption ได้อย่างแน่นอน

Leave a comment