
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว ลุงโยชน์ แต่ไม่หมายความว่า ไทยจะยอมทุกอย่าง
วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายที่ดี “กัมพูชา” ส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย แต่ไม่หมายความว่า ทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS” ทำให้ 2 ประเทศยืนบนหลักเดียวกัน
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.10 น. พล.ม. 2 สนามเป้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ทางกัมพูชาได้ส่งตัว “นายโยชน์ สายน้อย” กลับประเทศมาแล้วเมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) ถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นข้อพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่งว่า เราไม่ได้มีปัญหาระหว่างประชาชน จึงอยากจะขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล และระบบการบริหาร ซึ่งเราก็ใช้เรื่องของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา
“ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เขาไม่เอาคนของเรา หรือเราก็ไม่ได้ไปเอาคนของเข้ามาต่อรอง หรือนำมาใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนใดๆ ถือว่า เป็นเรื่องที่แยกแยะได้ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หากเขาทำเช่นนี้แล้ว ประเทศไทยจะต้องยอมอย่างนั้น อย่างนี้ เป็นคนละเรื่องกัน ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา”
เมื่อถามว่า ยังมีเรื่องใดอีกบ้างที่ทางรัฐบาลอยากให้ทั้ง 2 ประเทศพัฒนาความเชื่อมั่น นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างน้อยการที่ตนได้พบกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ผ่านมา ตนก็ได้แจ้งโดยวาจา ก็ถือว่าเป็นทางการว่า “ไทยยกเลิก MOU44 และขอให้เดินตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งทางกัมพูชาก็ตอบสนองมาว่า “ผิดหวัง” ที่คิดว่า น่าจะไปในแนวทางเดิม แต่เมื่อประเทศไทยยกเลิกแล้ว กัมพูชาก็จะยึดถือ UNCLOS ซึ่งอย่างน้อยก็มีหลักอ้างอิงตัวเดียวกันแล้ว “ดีกว่าไปพูดคุยกัน ไปไหนมา สามวาสองศอก ซึ่งหลักเดิมคือ MOU 44 เราก็บอกว่า เรายึดหลักนี้ เขาก็บอกว่ายึดหลักนั้น ก็เหมือนขับรถบนถนนสุขุมวิท กับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ก็ไม่มีวันได้เจอกัน อย่างน้อยวันนี้เรากลับมาอยู่บนหลักเดียวกัน ทำให้มีตัวอ้างอิง“
เมื่อถามว่า มองว่า เรื่องของความเชื่อมั่น ตอนนี้กัมพูชาอยู่ในระดับไหน นายอนุทิน กล่าวว่า จนกว่าทุกอย่างจะสงบเรียบร้อย เราจะต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างแนวทางความมั่นคง และความปลอดภัยตามแนวชายแดนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย