ดันท่องเที่ยวช่วยชาติ อนุทินสั่งตีปี๊บ มรดกโลก/วัฒนธรรม ยกคณะเยือนเพชรบูรณ์

ดันท่องเที่ยวช่วยชาติ อนุทินสั่งตีปี๊บ มรดกโลก/วัฒนธรรม ยกคณะเยือนเพชรบูรณ์

ดันท่องเที่ยวช่วยชาติ อนุทินสั่งตีปี๊บ มรดกโลก/วัฒนธรรม ยกคณะเยือนเพชรบูรณ์

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดันท่องเที่ยวช่วยชาติ อนุทินสั่งตีปี๊บ มรดกโลก/วัฒนธรรม ยกคณะเยือนเพชรบูรณ์
เปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย เสื้อแดงรอสืบชะตาแม้ว

นายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่เพชรบูรณ์ ติดตามมรดกโลกศรีเทพ ร่วมเปิดงาน ฮักบั้งไฟพุเตย ดันท่องเที่ยววัฒนธรรม–เศรษฐกิจท้องถิ่น ขณะที่ เสื้อแดงเชียงใหม่ ยันไม่มีการเคลื่อนไหว รอ “ทักษิณ” สิ้นสุด พักโทษก.ย.69 เตรียมจัดพิธีสืบสะเดาะเคราะห์สืบชะตาหลวงใหญ่ “เพื่อไทย”เตรียมหารือแนวทางแก้ไข รธน.สัปดาห์หน้า ‘ชูศักดิ์’ชี้เป็นวาระส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงพบปะประชาชนและร่วมกิจกรรมสำคัญของท้องถิ่น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวชุมชนอย่างต่อเนื่อง

นายกฯติดตามมรดกโลกศรีเทพ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เพื่อติดตามการพัฒนาและการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกของไทยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังโบราณสถานเขาคลังนอก เพื่อเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีสำคัญและติดตามแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งศักยภาพสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนในพื้นที่

ร่วมเปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณี “ฮักบั้งไฟพุเตย” ประจำปี 2569 ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความร่วมมือของประชาชนในชุมชน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

“นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ และการสร้างรายได้ให้ประชาชนในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการลงพื้นที่พบประชาชน รับฟังปัญหา และติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง” นางสาวลลิดากล่าว

แดงเชียงใหม่จ่อจัดพิธีสืบชะตา‘แม้ว’

นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผย ผ่านเวปไซต์มติชน ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ และทั่วประเทศรู้สึกดีใจที่ปัจจุบันนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติออกจากเรือนจำมาอยู่ที่บ้านพักกับครอบครัวและลูกหลานแล้วเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากตลอด 8 เดือนที่ผ่านมารู้สึกกังวลใจและเป็นห่วงสุขภาพของอดีตนายกฯที่ต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคลองเปรมเป็นเวลานาน โดยวันที่อดีตนายกฯถูกปล่อยตัวกลุ่มเสื้อแดงที่ไปต้อนรับต่างดีใจและรู้สึกชื่นชมที่ท่านกล้าเดินออกมาพบปะทักทายกับคนเสื้อแดงที่ไปรอต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งที่จริงต้องรีบเดินทางออกจากเรือนจำทันที เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นทางการเมือง

ส่วนหลังจากนี้กลุ่มคนเสื้อแดง จะไม่เคลื่อนไหวอะไรอีก จนกว่าจะถึงวันที่อดีตนายกฯสิ้นสุดการรับโทษตามกระบวนการยุติธรรมในเดือน ก.ย.69 และสามารถเดินทางออกจากบ้านพักไปยังที่ต่างๆได้แล้ว กลุ่มเสื้อแดงเตรียมจัดพิธีสืบชะตาหลวงตามประเพณีล้านนา เพื่อเสริมดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ และเป็นการถอนสิ่งอัปมงคลออกไป พิธีดังกล่าวจะกำหนดจัดในห้วงเวลาที่เหมาะสมและได้รับการอนุญาตจากอดีตนายกฯก่อน เพราะท่านมักเกรงใจกลุ่มคนเสื้อแดง

อยากให้พัก-อย่ากลับมายุ่งการเมือง

นายเพชรวรรต กล่าวอีกว่าจากการพูดคุยกันของกลุ่มคนเสื้อแดง หลายคนยังไม่อยากให้อดีตนายกฯกลับมาเล่นการเมืองทันที อยากให้ท่านพักผ่อนอยู่กับครอบครัวไปก่อน และอยากให้ท่านนำองค์ความรู้ความสามารถที่มีมาช่วยแก้ปัญหาให้บ้านเมือง ผ่านการเป็นที่ปรึกษาหรือให้คำแนะนำกับบุคคลกรของพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เพราะหากอดีตนายกฯกลับมาในเส้นทางการเมืองทันทีก็อาจถูกจับตามองและถูกโยงให้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง

“ทุกวันนี้เศรษฐกิจของประเทศมีปัญหามาก คนเสื้อแดงคุยกันว่าทุกคนควรเก็บเงินและประหยัดไว้ เพราะเศรษฐกิจจะแย่ลงกว่านี้อีก และไม่ควรคาดหวังกับรัฐบาลแม้จะมีการออก พรก.กู้เงินมากว่า 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้วิกฤตและช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน แต่ก็เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยการแจกเงิน ไม่ใช่แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาซึ่งมาเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น”นายเพชรวรรต กล่าว

เพื่อไทยนัดคุยแก้รธน.สัปดาห์หน้า

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางของพรรคเพื่อไทย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมพูดคุยในคณะทำงานของพรรคเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมอยู่ด้วยในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางของพรรคว่าเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไรต่อ

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่าใน 2ประเด็นใหญ่ คือตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้ร่างแบบเดิมของพรรค ที่ให้แต่ละจังหวัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)มา แล้วให้รัฐสภาเลือกอีกรอบหรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้ไม่ได้เลือกโดยตรง ไม่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยึดหลักประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกบุคคลมาเป็น ส.ส.ร.หรือจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

ชี้วาระส่วนรวมไม่ใช่ฝ่ายรบ.-ฝ่ายค้าน

“อีกประเด็นคือเรามี สส. 74 เสียง ต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองอื่นให้ร่วมลงชื่อในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถึง 1 ใน 5 ซึ่งหลักการเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวมต้องร่วมมือร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรคิดว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ใครคิดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลักการไปได้ เป็นผลดีกับการปฏิรูปการเมือง จะขอความร่วมมือในการลงชื่อ แต่ทั้งหมดต้องหารือกันก่อนแล้วจึงจะมีผลสรุปออกมาว่า ทางพรรคจะดำเนินการอย่างไร แต่เท่าที่ตรวจสอบจากคณะผู้บริหารเข้าใจว่า ให้เดินหน้าต่อ”นายชูศักดิ์ ย้ำ

กกต.ชี้ถ้า“ชัชชาติ”ลาออกเลือกใน60วัน

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประ จำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อลาออกจากตำแหน่ง ว่าตามระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการลาออกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วจะมีผลนับถัดจากวันที่ลาออก และคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ในระหว่างนี้ปลัด กทม.จะรักษาการผู้ว่าฯไปด้วย

ยันจัดเลือกตั้งไทม์ไลน์เดิม28มิ.ย.

ห้วงระยะเวลาอยู่ใกล้เคียงในช่วงครบวาระในวันที่ 20 พ.ค. เพราะฉะนั้นเมื่อเสนอมาให้ความเห็นชอบผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ก็ให้ความเห็นชอบในการเลือกตั้งคราวเดียวกัน สำหรับในส่วนงบประมาณการจัดการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ได้ตั้งงบประมาณไว้จำนวน 294 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุง เทพมหานครครั้งที่ผ่านมา ซึ่งใช้งบประ มาณ 280 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวจะใช้ในการบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้ง อุปกรณ์ บุคลากร และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งน่าจะรับสมัครผู้ว่าฯกทม.และสก.วันที่ 28 พ.ค. 69 พร้อมกัน และเลือกตั้ง 28 มิ.ย.69 พร้อมกันเพื่อประหยัดงบประมาณ

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยันว่ามีผู้ตรวจการเลือกตั้งแน่นอน และในส่วนของโครงสร้างการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และสก.จะมีตนในฐานะผู้กำกับการเลือกตั้ง และจะมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุง เทพมหานครอีก 5 คน โดยมีปลัด กทม. เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร รวมถึงมีองคาพยพอนุกรรมการในแต่ละเขต 50 เขตเลือกตั้ง

มียอดผู้ใช้สิทธิ์4.5ล้านคน

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครตอนนี้ อยู่ระหว่างการประชุมเนื่องจากมีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวาน(15 พ.ค.)จึงอยู่ระหว่างการคัดเลือกสรรหาใคร เป็นประธานและจะมีการส่งให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครออกคำสั่งแต่งตั้งต่อไป โดยจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่ที่ 4,507,523 คน ซึ่งใกล้เคียงกับการเลือกตั้งสส.ที่ผ่านมา จำนวนหน่วยเลือกตั้งอยู่ที่ 6,629 หน่วย(เพิ่มจากหน่วย สส. 99 หน่วย) สำหรับสถานที่รายงานผลคะแนน คือ ห้องรัตนโกสินทร์ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ย้ำรับสมัคร 28 พค.-บัตรลต.ไร้QR

“ส่วนการรับสมัครก็คือวันที่ 28 พ.ค.- 1มิ.ย.69 สถานที่คือ อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และจะมีการซักซ้อมการรับสมัครในวันที่ 27 พ.ค. 69 และ การจับฉลากรอบนี้จะจับฉลากพร้อมกันทั้ง 51 จุด การจัดส่งบัตรจะมีการส่งวันที่ 18 มิ.ย.โดยไปรษณีย์ไทยและมีรถตำรวจนำ ขอยืนยันว่ารูปแบบบัตรเลือกตั้งรอบนี้ไม่มี QR Code แน่นอน เพราะระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่นใช้การประทับตราแบบตีตรายาง ตามระเบียบ ซึ่งเป็นคนละฉบับตรงนี้ชัดเจน”ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าว

ส่วนการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝนนั้น ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่าขณะนี้ได้พยายามลดการใช้เต็นท์เป็นหน่วยเลือกตั้งให้น้อยที่สุด โดยอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อย้ายหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วัด หรือ ห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางมาใช้สิทธิได้สะดวกและไม่ต้องเผชิญปัญหาฝนตก อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้ายังต้องหารือเพิ่มเติมเรื่องการเปิดสถานที่ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรองรับการลงคะแนน

ห้ามทำโพลก่อนเลือกตั้ง7วัน

สำหรับกรณีการจัดทำโพลเลือกตั้ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ย้ำว่า การสำรวจความคิดเห็นจะต้องเป็นโพลทางวิชาการมีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจน ไม่ใช่การจัดทำขึ้นมา โดยไม่มีที่มาหรือไม่มีหลักวิชาการรองรับ และตามกฎหมายเลือกตั้งห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลา 17.00 น.ของวันเลือกตั้ง คือวันที่ 28 มิถุนายน หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายจูงใจ หลอกลวง หรือทำให้ประชา ชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของผู้สมัครอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 ซึ่ง กกต.จะพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนาเป็นสำคัญ

สำหรับเรื่องผู้ช่วยหาเสียงนั้น หากเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คน แต่สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงไว้ แต่ผู้สมัครจะต้องระมัดระวังไม่ให้การช่วยเหลือนั้นเข้าข่ายการซื้อเสียงหรือให้ประโยชน์ตอบแทนในลักษณะต้องห้าม

เตือนใครช่วยหาเสียงนำรวมคชจ.

ส่วนกรณีของอินฟลูเอนเซอร์หรือยูทูบเบอร์ที่ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่า ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยหาเสียง หากมีการว่าจ้าง หรือมีค่าใช้จ่าย ทางผู้สมัครจะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งและแม้จะไม่มีการจ่ายเงินจริง แต่หากเป็นการช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ก็ยังถือเป็น“การรับให้”ที่ต้องประเมินมูลค่าและแจ้งต่อ กกต.เช่นเดียวกับการใช้รถโฆษณาหาเสียงหรือรถแห่ แม้เจ้าของรถจะช่วยฟรี แต่หากตามปกติมีมูลค่าการให้บริการวันละ 1,500-3,000บาท ก็ต้องนำตัวเลขดังกล่าวมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเช่นกัน

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ยังเตือนว่าหากมีบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป อินฟลูเอนเซอร์ หรือยูทูบเบอร์ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครอย่างต่อเนื่องผ่านการไลฟ์สด หรือการประชาสัมพันธ์โดยผู้สมัครรับรู้หรือยินยอม ผู้สมัครจะต้องนำค่าใช้จ่ายดังกล่าว มารวมในบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้สมัครทุกคน ไม่ว่าผู้สมัครจะมีฐานะทาง การเงินมากหรือน้อย หากไม่ดำเนินการ อาจถูกมองว่าได้รับประโยชน์โดยไม่แจ้ง และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งได้

หาเสียงโซเซียลต้องแจ้งกกต.

นอกจากนี้ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัญชีต่างๆ เช่น Facebook, LINE, Instagram และ TikTok ผู้สมัครจะต้องแจ้งบัญชีที่จะใช้หาเสียงต่อกกต. ก่อนดำเนินการ รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยหรือการโฆษณาทุกประเภทก็ต้องแจ้งล่วงหน้าตามขั้นตอนเช่นกัน โดยในทางกฎหมายจะมีการแยกชัดเจนระหว่างผู้ช่วยหาเสียง และผู้สนับสนุน ซึ่งหากมีการช่วยเหลือในลักษณะสนับสนุนก็อาจต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด

กำชับผู้สมัครระวัง5ข้อห้าม

พร้อมกันนี้ ยังขอให้ผู้สมัครระมัดระวังข้อห้ามสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1.ห้ามจัดทำ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ประชาชนลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัครรายอื่น หรือที่เรียกว่า“การซื้อเสียง” 2.ห้ามจัดยานพาหนะนำหรือรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนน ยกเว้นเป็นการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 3.ห้ามหลอกลวง บังคับ ข่มขู่ ใช้อิทธิพล หรือใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของผู้สมัคร 4.ห้ามให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิ หรือไปลงคะแนนแบบไม่เลือกผู้สมัครคนใด (Vote No) 5.ห้ามผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติ เช่น เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เคยถูกถอดถอน หรือพ้นโทษจำคุกมาไม่ถึง 5 ปี ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ย้ำนโยบายต้องปฏิบัติได้จริง

ส่วนประเด็นการหาเสียงด้วยนโยบายต่างๆเช่นการเสนอแนวคิด ทำฟาร์มไดโนเสาร์นั้น ผอ.กกต.กทม.ระบุว่านโยบายหาเสียงจะต้องเป็นนโยบายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำแหน่งนั้นและต้องสามารถปฏิบัติได้จริง หากเป็นนโยบายที่เกินจริงหรือไม่สามารถดำเนินการได้ อาจเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชน ตามมาตรา 65(5)โดยหลักสำคัญ คือสิ่งที่ผู้สมัครเสนอ ต้องเป็นสิ่งที่มีอำนาจทำ สิ่งที่ควรทำ และเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า แม้ผู้ช่วยหาเสียงจะเป็นสามี ภรรยา หรือบุตรของผู้สมัคร ก็ต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงต่อ กกต.ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถือเป็นผู้ช่วยหาเสียงตามกฎหมายเช่นเดียวกัน พร้อมฝากถึงผู้สมัครทุกคนว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกฎหมายหรือแนวทางปฏิบัติ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กกต .1444

ปชป.เปิดตัวอนุชาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมแถลงเปิดตัว นายอนุชา บูรพชัยศรี ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) 50 เขต ในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ระบุว่า ขอสู้เต็มร้อยแม้จะเป็นรอง

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารกทม. ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่อยากทำ คือ ให้กทม.เป็นเมืองฟ้าอมร And More โดยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงให้เป็นเมืองที่เป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ สำหรับนโยบาย คือ การพัฒนากทม. ให้ สะดวก สะอาด สบาย และ and more เผื่อมีคนคิดว่าไม่พอ ตนพร้อมรับฟังทุกความเห็น เช่น ความสะดวกในเรื่องการเดินทาง มีระบบฟีดเดอร์เข้าถึงการคมนาคม รวมถึงสถานพยาบาล

Leave a comment