
ศุภมาส รำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ย้ำรัฐบาลเดินหน้า ปชต.บนหลักสันติวิธี-เคารพความเห็นต่าง
วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.01 น.
“ศุภมาส”ผู้แทนรัฐบาล ร่วมพิธีรำลึก 34 ปี พฤษภาประชาธรรม ย้ำรัฐบาลเดินหน้าประชาธิปไตยบนหลักสันติวิธี-เคารพความเห็นต่าง
17 พฤษภาคม 2569 ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาล เข้าร่วมพิธีวางมาลาและพิธีสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม พ.ศ.2535 แทน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของถ้อยแถลงในพิธี ดังนี้
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานรำลึกเหตุการณ์สำคัญอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งสะท้อนถึงพลังและเจตจำนงของประชาชนในการยึดมั่นหลักนิติธรรม และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เคารพเสียงของประชาชน
ผู้แทนรัฐบาล กล่าวว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 3 ทศวรรษ แต่คุณค่าและบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมยังคงมีความหมายต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยมาจนถึงปัจจุบัน โดยการมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งสำคัญคือการร่วมกันแสวงหาทางออกด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของเหตุผล ความเข้าใจ และการรับฟังซึ่งกันและกัน
นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำว่า รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศโดยยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง เน้นการพูดคุย สร้างความปรองดอง และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติ เคารพความเห็นต่าง และธำรงไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน
ในตอนท้าย ผู้แทนรัฐบาลได้ร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อวีรชนผู้สูญเสียจากเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม พร้อมส่งกำลังใจและความระลึกถึงไปยังครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบทุกคน โดยย้ำว่า ความเสียสละและความกล้าหาญของวีรชนทุกท่านจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้สังคมไทยก้าวเดินต่อไปบนวิถีแห่งประชาธิปไตย สันติ และความเป็นธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป
ทั้งนี้ ภายในงานมีพิธีวางมาลาและกล่าวสดุดีวีรชน เพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละจากเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม ตลอดจนกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมเสวนา “May Talk ความหวังประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสะท้อนบทเรียนทางการเมืองและแนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคประชาชน ญาติวีรชน และองค์กรประชาธิปไตยเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
– 006
