กฟก. ครบรอบ 27 ปี ทำงานเชิงรุกยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยมั่นคงและยั่งยืน

กฟก. ครบรอบ 27 ปี ทำงานเชิงรุกยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยมั่นคงและยั่งยืน

กฟก. ครบรอบ 27 ปี ทำงานเชิงรุกยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยมั่นคงและยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

กฟก. ครบรอบ 27 ปี ทำงานเชิงรุกยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยมั่นคงและยั่งยืน มุ่งสู่ 4 Smart ฟื้นฟูอาชีพและจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยถึงทิศทางและความคืบหน้าการดำเนินงานของ กฟก. ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการ“ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน” พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสู่ “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย”

“โดย กฟก.พร้อมขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ การยกระดับ การผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การตลาดนำการผลิต  และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาวตลอดระยะ เวลากว่า 27 ปีที่ผ่านมา กฟก. ได้ดำเนินภารกิจฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการสร้างอาชีพ การพัฒนาองค์กรเกษตรกร และการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ  โดยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันได้อนุมัติงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรแล้วกว่า 13,651 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1,814 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กฟก. ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรได้แล้วจำนวน 36,940 ราย รวม 38,058 สัญญา  คิดเป็นวงเงินกว่า 12,360 ล้านบาท และสามารถรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรไว้ได้ถึง 30,146 แปลง รวมพื้นที่กว่า 200,171 ไร่ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรไทยได้มีที่ดินทำกินและสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้อย่างยั่งยืน”นางวรรณี กล่าว

เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวอีกว่า สำหรับปีงบประมาณ 2569 กฟก. มุ่งเน้นการดำเนินงานทั้งด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร ควบคู่ไปกับการจัดการหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีองค์กรเกษตรกรยื่นข้อเสนอแผนและโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนแล้วจำนวน 609 โครงการ วงเงินรวมกว่า 566 ล้านบาท

ในการพิจารณาอนุมัติโครงการ กฟก. ให้ความสำคัญกับความรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง ผ่านกระบวนการวิเคราะห์และคัดกรองแผนงานจากทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด พร้อมจำแนกประเภทโครงการให้เหมาะสม ทั้งโครงการเงินอุดหนุน โครง การเงินกู้ยืม และโครงการช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติ เพื่อให้การสนับสนุนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า ในด้านการจัดการหนี้สิน กฟก. ยังคงยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเกษตรกรก่อนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้ อาทิ การสร้างวินัยทางการเงิน การส่งเสริมการออม  การจัดทำบัญชีครัวเรือน รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างครบวงจร

เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวอีกว่า ทิศทางการดำเนินงานเชิงรุกของ กฟก. จากนี้ จะมุ่งสู่ “4 Smart” ประกอบด้วย การพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็ง การจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการองค์กรอย่างมืออาชีพ และการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม

พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่าง “การปลดหนี้” และ “การสร้างรายได้” เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในระยะยาว เพราะการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการลดภาระหนี้ แต่ต้องสร้างโอกาสในการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงควบคู่กันไป

นอกจากนี้ ได้เตรียมยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI และระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การติดตามผลสัมฤทธิ์ผ่าน Dashboard รวมถึงการเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“กฟก. จะไม่หยุดเพียงการรอรับปัญหา แต่จะทำงานเชิงรุก มองไปข้างหน้า และขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกมีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และก้าวสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต” นางวรรณี กล่าว 
 

Leave a comment