รองโฆษกปชป. ชี้เหตุรถไฟชนรถเมล์ คล้ายทฤษฎี ชีสสวิส ซัดมัวรอแต่ เมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร

รองโฆษกปชป. ชี้เหตุรถไฟชนรถเมล์ คล้ายทฤษฎี ชีสสวิส ซัดมัวรอแต่ เมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร

รองโฆษกปชป. ชี้เหตุรถไฟชนรถเมล์ คล้ายทฤษฎี ชีสสวิส ซัดมัวรอแต่ เมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

รองโฆษกปชป. ชี้เหตุรถไฟสินค้าชนรถเมล์ เกิดจากรูรั่วระบบปลอดภัยหลายชั้นเรียงมาตรงกันพอดีเหมือนทฤษฎี ชีสสวิส เหน็บมัวรอแต่ เมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร เสนอ 3 ทางออกเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2569 นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุรถไฟสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทางที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ใต้แนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (16 พ.ค.) ว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกคนปลอดภัยและกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว วันนี้ตนไม่อยากให้สังคมมองว่าอุบัติเหตุบดขยี้กันกลางกรุงครั้งนี้ เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดเฉพาะหน้าของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะในความเป็นจริง โศกนาฏกรรมทางคมนาคมขนาดใหญ่แบบนี้ มักเกิดจากรูรั่วหลายชั้นของระบบความปลอดภัยที่มันบังเอิญเรียงมาตรงกันพอดี หรือที่ในทางสากลเรียกว่าทฤษฎี “Swiss Cheese Model” 

นายจิรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตามหลักการแล้ว ระบบคมนาคมที่ปลอดภัยต้องมีด่านป้องกันถึง 5 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 กฎจราจร ที่ห้ามรถทุกชนิดหยุดค้างบนราง ซึ่งจุดนี้ก็มีการตีเส้นทแยงเหลืองห้ามหยุดไว้แล้ว เพราะไม่ใช่พื้นที่รอคิว ชั้นที่ 2 ไม้กั้นและสัญญาณเตือน ที่ต้องสมบูรณ์แบบ จากคลิปเหตุการณ์ได้ปรากฎชัดเจนว่ามีเสียงเตือน ชั้นที่ 3 ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟ หากไม้กั้นไม่ลงหรือทางไม่โล่ง รถไฟไม่ควรได้รับอนุญาตให้ผ่าน ชั้นที่ 4 การควบคุมจราจร พื้นที่มักกะสันรถแน่นเป็นคอขวด ควรมีกล้องตรวจจับหรือเจ้าหน้าที่คอยสแตนด์บาย และ ชั้นที่ 5 การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ด้วยการแยกรถไฟออกจากถนนอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะทุบ สร้างทางยกระดับ หรือทำทางลอด ปัญหาคือวันนี้ระบบบ้านเราพังพินาศ รูรั่วพวกนี้ปล่อยทิ้งขว้างจนคนกรุงเห็นจนชินตา ทั้งรถติดคาทางรถไฟ ไม้กั้นเสีย รถไฟขนสินค้าลากผ่านกลางใจเมือง จนความชินชาเปลี่ยนเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครคิดจะสะกิดแก้

“จุดตัดมักกะสันตรงนี้ มีทางออกเชิงโครงสร้างที่จะจบปัญหาโคตรคลาสสิกนี้ได้อยู่แล้ว นั่นคือโครงการ Missing Link รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวหมาก–มักกะสัน–พญาไท–บางซื่อ ที่จะช่วยล้างบางจุดตัดระดับดินในเขตเมืองชั้นในให้ราบคาบ แต่ที่โครงการล่าช้าเป็นเต่าคลาน เพราะดันไปผูกติดทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงทำให้ความปลอดภัยของชีวิตคนเมือง ต้องถูกจับเป็นตัวประกันและผูกโยงไว้กับความล่าช้าของเมกะโปรเจกต์หมื่นล้าน แถมโครงการวงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ เช่น ช่วงสุพรรณบุรี–บ้านภาชี ที่จะช่วยเบี่ยงรถไฟสินค้าออกไปนอกเมือง ก็ยังขาดวิ่นไม่สมบูรณ์ รถไฟสินค้าเลยยังต้องมาวิ่งผ่าหัวใจเมืองแบบนี้” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

นายจิรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่มักกะสันไม่ใช่แค่เรื่องมานั่งชี้หน้าหาคนผิดชุ่ยๆ แต่เราต้องตั้งคำถามขยี้ไปที่ต้นตอว่า ปัญหาที่แหกปากพูดกันมา 20 ปี ทำไมถึงยังไม่แก้ มัวแต่รอๆๆ ผูกโครงการรวมกันมั่วซั่ว พอโครงการหนึ่งล่ม ทุกอย่างก็ล่มปากอ่าวพังครืนไปหมด ตนจึงขอเสนอ 3 แนวทางด่วนที่สุดคือ 1.อุดรูรั่วระยะสั้น ผูกสัญญาณไฟจราจรกับระบบรถไฟ (Interlocking) เพื่อระบายรถยนต์ออกจากรางให้เกลี้ยงก่อนรถไฟมา 2.เร่งคลอด Missing Link สายสีแดง แยกงานความปลอดภัยออกมาทำก่อน อย่าไปรอรถไฟ 3 สนามบิน และ 3. ลุยวงแหวนรถไฟรอบกรุง ดันรถไฟสินค้าออกไปนอกเมืองเสียที ถ้าไม่คิดจะแก้ให้เด็ดขาด วันนี้ก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่มีคนต้องสังเวยชีวิต อย่างไรก็ตาม ถ้าโครงสร้างรัฐยังพึ่งไม่ได้ ความปลอดภัยต้องเริ่มตระหนักจากตัวเองก่อน อย่างน้อยคนที่จะปลอดภัยก็คือตัวเราเอง

Leave a comment