ดีอาร์คองโกเปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาเพิ่ม 3 แห่ง รับมือสายพันธุ์หายาก ดับแล้วกว่า 110 ศพ

ดีอาร์คองโกเปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาเพิ่ม 3 แห่ง รับมือสายพันธุ์หายาก ดับแล้วกว่า 110 ศพ

19 พ.ค. 2569 08:27 น.

ดีอาร์คองโกเปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาเพิ่ม 3 แห่ง รับมือสายพันธุ์หายาก ดับแล้วกว่า 110 ศพ

ดีอาร์คองโก เตรียมเปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาเพิ่ม 3 แห่ง หลังไวรัสอีโบลาสายพันธุ์หายากคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 110 ราย ขณะที่ WHO ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมเวชภัณฑ์เข้าพื้นที่เร่งคุมสถานการณ์

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เตรียมเปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาเพิ่มอีก 3 แห่งในจังหวัดอิตูรี ทางตะวันออกของประเทศ หลังการระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์หายากคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 110 ราย โดยเจ้าหน้าที่คองโกเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า แพทย์ชาวอเมริกันที่ปฏิบัติงานอยู่ในคองโก เป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไวรัสสายพันธุ์นี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของอีโบลาในคองโกเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่นานาชาติต้องให้ความสำคัญ”

โดยล่าสุดเครื่องบินที่บรรทุกผู้เชี่ยวชาญของ WHO และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์มากกว่า 5 ตัน ลงจอดที่เมืองบูเนีย ในจังหวัดอิตูรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการควบคุมโรคของรัฐบาลคองโก

ล่าสุด มีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 118 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้อกว่า 300 ราย ในจังหวัดอิตูรีและนอร์ทคิวู ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดา พบผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 1 ราย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้ออาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในหลายพื้นที่

การระบาดครั้งนี้เชื่อมโยงกับไวรัสบุนดิบูกโย ซึ่งเป็นสายพันธุ์อีโบลาที่พบได้ยาก โดยก่อนหน้านี้เคยตรวจพบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือในยูกันดาเมื่อปี 2007 และในคองโกเมื่อปี 2012

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันการระบาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุหลายสัปดาห์ในพื้นที่เหมืองแร่ห่างไกลของเมืองมองบวาลู จังหวัดอิตูรี

สำหรับโรคอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่งของร่างกาย เช่น อาเจียน เลือด หรืออสุจิ โดยผู้ป่วยมักมีอาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ทำให้การระบาดครั้งนี้สร้างความกังวลต่อวงการสาธารณสุขทั่วโลกอีกครั้ง.

ที่มา : AP

Leave a comment