ปกรณ์ เผย นายกฯ สั่งทำรายงานปิดช่องโหว่ทุจริต แย้มเอกชน ชงปรับปรุงงกฎหมายลำดับรอง

ปกรณ์ เผย นายกฯ สั่งทำรายงานปิดช่องโหว่ทุจริต แย้มเอกชน ชงปรับปรุงงกฎหมายลำดับรอง

ปกรณ์ เผย นายกฯ สั่งทำรายงานปิดช่องโหว่ทุจริต แย้มเอกชน ชงปรับปรุงงกฎหมายลำดับรอง

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.11 น.

‘ปกรณ์’ เผย นายกฯสั่งหน่วยงานรัฐทำรายงานศึกษาปิดช่องโหว่ทุจริต สยบข้อครหา ด้าน ‘เอกชน’ ชงปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่มีปัญหา พร้อมรับฟังความคิดเห็น ก่อนส่ง ครม.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เชิญภาคเอกชนมาร่วมประชุมในกรณีที่ภาคเอกชนมีผลการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในภาครัฐ โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าจริงๆแล้ว เรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือการต่อต้านการทุจริต เพราะประเทศจะไปข้างหน้าไม่ได้เลยถ้าเรามีเรื่องเหล่านี้อยู่ ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นการค้า การลงทุนจะไม่มี นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและให้ความมั่นใจกับภาคเอกชนว่าข้อมูลที่รับมาจะเอามาปิดช่องโหว่กันอย่างไร และตนได้ให้นโยบายต่อไปว่าให้เอาข้อมูลในประเด็นต่างๆ เข้าไปทำการสำรวจ ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยไปศึกษาว่าตรงไหนยังมีช่องโหว่บ้างที่อาจจะก่อให้เกิดประเด็นการคอรัปชั่น เหล่านี้ได้ให้ไปหาทางปิดช่องโหว่ แล้วนำเสนอทำเป็นรายงาน นำเสนอคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริตที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อให้การทำงานในเรื่องนี้ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่ภาคธุรกิจมีประเด็นปัญหาอยู่ใน 6 หรือ 7 กลุ่มธุรกิจ ในวันที่ 10 มิ.ย. ภาคเอกชนจะเสนอข้อเสนอแนะมายังรัฐบาลจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต และพอเสนอมาแล้วจะนำมารับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเว็ปไซต์ law.go.th และเมื่อได้ความคิดเห็นเป็นอย่างไรแล้ว สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้นำสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จะได้ไม่เกิดช่องโหว่ต่างๆในเรื่องนี้ที่เป็นครหากันอีก 

นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ภาคเอกชนจะรับทราบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลที่จะดำเนินการในเรื่องนี้จริงๆ สำหรับการให้สัมภาษณ์อะไรต่างๆคงไม่มีประเด็นแล้ว ทุกหน่วยงานเข้าใจหมดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายประจำซึ่งจะต้องรับข้อมูลไปปฏิบัติ

Leave a comment