
‘รู้จักกูน้อยไป’พ่นพิษ! หมอเดชา ชี้คนแบบนี้ แถวสุพรรณบุรี ไม่มีใครนับถือ ไม่ใช่ นักเลง-สุภาพบุรุษ ตัวจริง
วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.29 น.
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Deycha Siripatra ระบุว่า
จากกรณี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงอาการไม่พอใจ หลังถูกนักข่าวถามถึงปมไม่ตรวจสอบ กรมควบคุมมลพิษ จากกรณีคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลสำรวจว่าเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด อันดับ 1 อยู่ที่ 102,160 บาท ก่อนจะเดินแหวกกลางวง สัมภาษณ์ชนไหล่กับผู้สื่อข่าวแล้วหันมาพูดว่า “รู้จักกูน้อยไป” ซึ่งเวลาต่อมานายสุชาติ ก็ได้ออกมาขอโทษนักข่าวดังกล่าวแล้ว
นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Deycha Siripatra ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า วันนี้มีเหตุการณ์ที่เป็นไวรัล และยืนยันความถูกต้องของคำสอน เกี่ยวกับการสู้รบ

นั่นคือ… “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง -ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา รบร้อยครั้ง แพ้ร้อยครั้ง” เหตุการณ์ที่เป็นไวรัลนั้น คือเหตุการณ์ระหว่าง คุณสุชาติ ชมกลิ่น กับ คุณวิษณุ นุ่นทอง คุณสุชาติ ชมกลิ่น เป็น รมว ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นักข่าวรู้จักกันดี ส่วน คุณวิษณุ นุ่นทอง เป็นกรรมการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นนักข่าวอาวุโส ที่แม้แต่คุณทักษิณฯ ขณะเป็นนายกฯ ยังให้เกียรติไปในงานแต่งงาน
แต่คุณสุชาติฯ คงไม่รู้จักคุณวิษณุฯ จึงใช้คำพูดที่กลายเป็นไวรัล (ภาพด้านซ้าย) เพราะไม่พอใจคำถามของคุณวิษณุฯ จึงแสดงความไม่พอใจทั้ง วจีกรรม และ กายกรรม วจีกรรม คือคำพูด…”มึงรู้จักกูน้อยไป” ส่วน กายกรรม คือ การเดินชนไหล่คุณวิษณุฯ คุณสุชาติฯ คงรู้จักคุณวิษณุฯ จากใครบางคน จึงได้กลับมาขอโทษ

นอกจากคำขอโทษแล้ว คุณสุชาติฯ ยังขอให้คุณวิษณุฯ ถือว่าคุณสุชาติฯ เป็นน้องด้วย เรียกได้ว่า หากเป็นการสู้รบ คุณสุชาติฯ ก็เป็นฝ่าย “พ่ายแพ้” คุณวิษณุฯ แบบ “หมดรูป” เพราะ แม้ว่าจะลงทุนถึงขนาด ยกมือไหว้ขอโทษ ขอเป็นน้อง ก็ยังไม่ทำให้คนรู้สึกเห็นใจ ดูได้จาก ผลการสำรวจความเห็นคนไทย 3 แหล่ง ผลออกมาชัดเจน (ภาพขวาล่าง) คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่า การกระทำของคุณสุชาติฯ ไม่เหมาะสม ทั้งๆที่ ขอโทษแล้ว เนื่องจาก พฤติกรรมของคุณสุชาติฯ นั้น คนไทยมีคำเรียกว่า…. “ตบหัว แล้วลูบหลัง” การเดินชนใหล่โดยจงใจ การใช้คำว่า “มึง” และ “กู” ต่อหน้าคนอื่น ถือเป็นการ “ตบหัว”
ส่วนการยกมือไหว้ กล่าวคำขอโทษ และขอลดตัวลงเป็น “น้อง”… คือการ “ลูบหลัง” น่าสงสัยว่า หากคุณสุชาติฯ ไม่รู้ (ภายหลัง) ว่าคุณวิษณุฯ เป็นใครแล้ว จะขอโทษใหม จะยกมือไหว้และขอเป็นน้อง หรือไม่…. ที่ขอโทษ เพราะสำนึกผิด หรือเพราะกลัวอะไร ที่ผ่านมา ผมไม่รู้จัก “ตัวตนที่แท้” ของคุณสุชาติฯ แต่วันนี้ ผมเชื่อว่าได้รู้จัก (มาก) แล้ว และผมรู้สึก “ไม่นับถือ” ความเป็น “ตัวตนที่แท้” ของคุณสุชาติฯ ที่ผมเพิ่งรู้จัก เหตุผลที่ผมรู้สึก “ไม่นับถือ” มิได้เกิดจาก เห็นว่าคุณสุชาติฯ เป็นฝ่ายแพ้ ในเหตุการณ์นี้ แต่เกิดจาก “ความไม่ชัดเจน” ในการวางฐานะ “ตัวตน” ของคุณสุชาติฯ เอง

เริ่มจาก “ตัวตน” ที่เข้มแข็ง ดุดัน ในคำพูดและการกระทำ ( กู-มึง…. เดินชนใหล่) กลายเป็น อ่อนแอ และนุ่มนิ่ม ในคำพูดและการกระทำ ช่วงหลัง ( ผม-พี่… ยกมือไหว้) คนประเภทนี้ แถวบ้านผม (สุพรรณบุรี) ไม่มีใครนับถือ หรืออยากคบค้าสมาคมด้วย เพราะ คนแบบนี้ ไม่ใช่ “นักเลง” จริง….. และคงไม่ใช่ “สุภาพบุรุษ” ตัวจริง ด้วยเหมือนกัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รู้จัก..น้อยไป สุชาติ เดือด เดินชนไหล่นักข่าว ปมถูกซักสินบนกรมคพ.
สุชาติ นั่งไม่ติด ไหว้ขอโทษนักข่าว หลังปะทะคารม-พูดไม่ดี แจงมองคนละมุม เราลูกผู้ชายต้องขอโทษ
วิษณุ นุ่นทอง สื่อมืออาชีพ ที่ สุชาติ รู้จักน้อยไป
