
มัดคลังน้ำมัน ทีมสุดซอยบุกยื่นDSI ชี้พิรุธรับเข้า-ส่งออก
วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
มัดคลังน้ำมัน ทีมสุดซอยบุกยื่นDSI ชี้พิรุธรับเข้า-ส่งออก
“ชุดสุดซอย” ร้อง DSI ฟันผิดเพิ่มเติม บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง มีพิรุธไม่รายงานปริมาณรับเข้า-จ่ายออก น้ำมันกว่า 20 ครั้ง ส่อลักลอบนำน้ำมันออกนอกระบบ ทำปั๊มขาดแคลน ทั้งยังมีพฤติการณ์ใช้ “คนขับรถขนส่งน้ำมัน”เป็นกรรมการบริหารบริษัทฯแทนบอสตัวจริง
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมชุดสุดซอย) พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงาน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมแก่บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ในความผิดตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.69 เนื่องจากพฤติการณ์ ไม่มีการแจ้งปริมาณการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง
โดย น.ส.ฐิติภัสร์ เปิดเผยว่าช่วยวิกฤติในเดือน มี.ค.69 ที่ผ่านมา โดยพบว่าบริษัทดังกล่าวง ไม่ได้มีการรายงานการรับเข้า-การส่งออกน้ำมันในเดือน มี.ค.69 จำนวน 6 ครั้ง และในเดือน เม.ย.69 จำนวน 14 ครั้ง
นอกจากนี้ ยังนำข้อมูลที่พบเพิ่มเติมโดยพลังงานจังหวัดอ่าง ที่ได้มีการเรียกตรวจเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หรือใบขายน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ก็เพราะว่าในช่วงเดือน มี.ค.69 บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ได้มีการซื้อขายน้ำมันกับ บริษัท โกลบอล เวลออยล์ ฯ แต่ปรากฏว่า บริษัท โกลบอล เวลออยล์ฯ ในฐานะผู้ค้า ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลับเป็นคลังน้ำมันที่ชื่อว่า บริษัท แพนเอเชีย สตอเรจ แอนด์เทอร์มินัล จำกัด เป็นผู้ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงแทน
อย่างไรก็ตาม บริษัท แพนเอเชีย สตอเรจ แอนด์เทอร์มินัล จำกัด กลับมีกรรมการผู้ถือหุ้นเป็นชุดเดียวกันกับของบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าของสถานที่อีกด้วย และยังพบความเชื่อมโยงว่าเจ้าของคลังน้ำมัน บริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นกรรมการชุดเดียวกัน และครอบครัวเดียวกันนั้น ยังมีคลังน้ำมันอีกหลายที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดฉะเชิงเทรา (บริษัท แพนเอเชีย สตอเรจ แอนด์เทอร์มินัล จำกัด) ซึ่งพบว่าทั้งหมดมีลักษณะการประกอบธุรกิจคล้ายกัน และยังคล้ายกับกรณีของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด
สำหรับปริมาณน้ำมันที่ไม่ถูกแจ้งลงในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 20 ครั้งดังกล่าว ของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทองนั้น น.ส.ฐิติภัสร์ เผยว่า เราพบว่ามันเป็นกรณีรายวัน เพราะปกติแล้วทุกวันในเวลา 18.00 น. ผู้ค้าน้ำมันจะต้องทำตามคำสั่งนายกฯ ว่ามีปริมาณนำเข้าและส่งออกน้ำมันแต่ละวันเป็นอย่างไร แต่ปรากฏว่าบริษัทแห่งนี้ไม่ได้มีการแจ้งรวมทั้งหมด 20 ครั้ง (20 วัน) และด้วยการไม่แจ้งจึงทำให้เราไม่รู้ว่ามีปริมาณน้ำมันที่หายไปจำนวนเท่าใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด และส่งให้ดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งความเสี่ยงและปัจจัยน่ากังวลจากกรณีที่บริษัทไม่แจ้งปริมาณการรับเข้าส่งออกน้ำมันในแต่ละวันนั้น
ดังจะเห็นได้ว่าในเดือน มี.ค.69 พี่น้องประชาชนไปเติมน้ำมันที่สถานีให้บริการน้ำมัน และปรากฏว่าไม่มีน้ำมันให้เติม และตรวจสอบไม่ได้ว่าปลายทางของน้ำมันไปที่ไหนบ้าง
น.ส.ฐิติภัสร์ เผยต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ต้องยอมรับว่าเป็นบริษัทเครือข่ายเดียวกันกับของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง และมีความเชื่อมโยงกันในส่วนของครอบครัว มีแผนลักษณะการทำธุรกิจคล้ายกัน และมีกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นชุดเดียวกันหมด ทั้งในจังหวัดอ่างทอง สมุทรปราการ เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา พิษณุโลก เรียกได้ว่าเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน แต่ถ้าไปดูกรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง จะพบว่า อธิบดีดีเอสไอได้มีการใช้คำว่า เป็นการใช้ตัวแทน หรือผู้กระทำการแทน ลักษณะคล้ายนอมินี คือ มีการใช้บุคคลภายนอกมาเป็นกรรมการบริษัทแทน ซึ่งก็คือนายอุดม (ขอสงวนนามสกุล) เปิดบริษัทมาเพื่อซื้อขายน้ำมัน แต่ถ้าในกรณีของภาคเหนือ ก็จะใช้เป็นอีกบริษัทแทน ส่วนใหญ่แล้วจึงพบว่าเป็นการใช้สมาชิกครอบครัวชุดเดียวกันมากระทำการแทนกิจการเรื่องการค้าน้ำมัน นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ไปตรวจสอบบริษัทในจังหวัดเชียงรายของพวกเขา เพราะมาจากการขยายผลของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ทำให้พบว่าบริษัทที่เชียงรายของพวกเขา ตัวผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ที่เช่าคลังน้ำมัน ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด มีพฤติกรรมในเรื่องของการออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ครบถ้วน จำนวน 662 ใบ และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก
“การตรวจสอบเรื่องน้ำมัน การเสียภาษีจะเป็นความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิต ส่วนเรื่องการกักตุนน้ำมันและเก็งกำไร จะเป็นความรับผิดชอบของกรมการค้าภายใน”น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุ
และว่า สำหรับชื่อของนายอุดม (ขอสงวนนามสกุล) ที่ปรากฏเป็นกรรมการบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ยังไปปรากฏชื่อเป็นคนขับรถของบริษัท แม็กซ์ ออโต้ ทรานสปอร์ต ซึ่งกรรมการของบริษัท แม็กซ์ ออโต้ ทรานสปอร์ต ที่เป็นบริษัทขนส่งน้ำมันให้กับบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ยังเป็นหัวหน้าคลังน้ำมันให้กับบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง อีกด้วย จึงทำให้เราเห็นว่ามันมีการใช้บุคคลในการทำนิติกรรมอำพราง ทำให้เจ้าหน้าที่ยากต่อการสืบสวนสอบสวน และยังทำให้เห็นพฤติกรรมในการประกอบธุรกิจอาจไม่ตรงไปตรงมา จึงเป็นกรณีที่ดีเอสไอจะต้องขยายผลต่อไป เพราะทางดีเอสไอมีอำนาจในการดำเนินคดี และยังมีอำนาจในการสืบสวนเส้นทางการเงิน ว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นใดที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการนี้อีกหรือไม่
ส่วนกรณีว่าการรับจ่ายผลประโยชน์ที่ได้มาจากการค้าน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง จะเชื่อมโยงไปยังนักธุรกิจค้าน้ำมันชื่อดังฝั่งปอยเปต กัมพูชา หรือไม่นั้น ตนมองว่าเป็นอำนาจของดีเอสไอ ที่อยู่ระหว่างการสืบสวนเส้นทางการเงิน ซึ่งอธิบดีดีเอสไอ ก็ได้มีการแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้นำเรียนไปแล้วว่าพบแล้วว่ามีบุคคลใดที่อยู่เบื้องหลังในการเป็นบอสคนสุดท้าย ที่มีอำนาจสั่งจ่ายรับเงินจากการประกอบธุรกิจของบริษัทแห่งนี้