ลีน่าจัง เตือนสติ ทราย สก๊อต หยุดแฉยุติศึกสายเลือด แนะควรเข้ากราบเท้าขอขมาแม่

ลีน่าจัง เตือนสติ ทราย สก๊อต หยุดแฉยุติศึกสายเลือด แนะควรเข้ากราบเท้าขอขมาแม่

ลีน่าจัง เตือนสติ ทราย สก๊อต หยุดแฉยุติศึกสายเลือด แนะควรเข้ากราบเท้าขอขมาแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.55 น.

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าสั่นสะเทือนวงการและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม สำหรับกรณีของ “ทราย สก๊อต” (สิรณัฐ สก๊อต) ที่ได้ออกมาอัดคลิปเปิดใจทั้งน้ำตา แฉเรื่องราวความเจ็บปวดในอดีตว่าเคยถูกพี่ชายแท้ๆ “พาย-สุนิษฐ์ สก๊อต” ล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่ยังเด็ก แถมซ้ำร้ายในปัจจุบันยังต้องเผชิญศึกสายเลือด ถูกมารดาแท้ๆ ยื่นฟ้องทางกฎหมายเพื่อเพิกถอนและเรียกคืนทรัพย์สินมรดกมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท โดยมีพี่ชายเป็นพยานฝั่งมารดา จนเกิดการโต้ตอบกันไปมาระหว่างสายเลือด และกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด“ลีน่าจัง” ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดราม่าที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของ “ทราย สก๊อต” โดยลีน่าจังระบุชัดเจนว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการออกมาแฉหรือโจมตีบุคคลในครอบครัวผ่านสื่อ เพราะอย่างไรเสียทุกคนก็ยังคงเป็นพี่น้องและมีสายเลือดเดียวกัน

ลีน่าจัง แสดงทัศนะเพิ่มเติมว่า บุคคลที่ออกมาต่อว่ามารดาของตนเองนั้น ท้ายที่สุดแล้วก็ยังคงมีความเป็นแม่ลูกกันอยู่ดี ต่อให้จะมีความเห็นที่ขัดแย้งหรือมีปากเสียงกันรุนแรงเพียงใด สักวันหนึ่งก็ต้องกลับมาคืนดีกัน เนื่องจากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้น ทุกคนยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นซึ่งมักจะมีอารมณ์และความคิดไปตามวัย ประกอบกับทางฝั่งพี่ชายก็มีครอบครัว มีบุตร และภรรยาก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ในขณะนั้นนอกจากนี้ เวลาได้ล่วงเลยมานานกว่า 20 ปีแล้ว จึงควรที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ควรนำเรื่องราวในอดีตมาฝังใจ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินมูลค่า 130 ล้านบาท ที่มารดาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องและมีการนำพี่ชายมาเป็นพยาน โดยลีน่าจังมองว่า…

“การออกมาเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลานี้ อาจเป็นความพยายามในการดิสเครดิตอีกฝ่าย เพื่อให้ในชั้นศาลสามารถกล่าวอ้างได้ว่ามีความโกรธแค้นต่อกัน อันจะส่งผลให้น้ำหนักของคำให้การลดความน่าเชื่อถือลง”

นอกจากนี้ ลีน่าจัง ได้กล่าวเตือนไปยัง ทราย สก๊อต ว่าควรยุติการออกมาแฉเรื่องราวต่างๆ ได้แล้ว และตนเองก็เห็นด้วยกับคำแนะนำของ “ต๊อด” ที่เคยระบุไว้ว่า อย่างไรเสียมารดาก็คือผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ ดังนั้น การเข้าไปกราบขอโทษจึงถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากมารดาคือผู้มีพระคุณที่คอยเลี้ยงดูมา

พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปถึงกลุ่มบุคคลที่ออกมาเล็งยืนให้กำลังใจบริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ด้วยว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงดูเรามา เมื่อมีกระแสข่าวก็เข้ามาให้กำลังใจ แต่หากวันหนึ่งต้องตกที่นั่งลำบากหรือขัดสนเงินทอง แล้วลองไปขอความช่วยเหลือบ่อยครั้ง ท้ายที่สุดก็อาจจะถูกปฏิเสธได้ลีน่าจังจึงเน้นย้ำว่า คนเป็นลูกควรเข้าไปกราบขอโทษ ขอขมามารดา และขอให้ดำเนินการถอนฟ้อง ซึ่งจะทำให้เรื่องราวทุกอย่างยุติลงด้วยดี

ในช่วงท้าย ลีน่าจัง ได้ระบุถึงสาเหตุที่มารดาของ ทราย สก๊อต พยายามปกปิดเรื่องราวในอดีตและไม่ต้องการให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของทั้งบุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็ก อีกทั้งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยรุ่น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทางมารดาเลือกที่จะเก็บงำความลับนี้มาโดยตลอด

Leave a comment