
21 พ.ค. 2569 15:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
SpaceX ของอีลอน มัสก์ ยื่นขายหุ้น IPO หวังระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์ 2.4 ล้านล้าน
สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอวกาศของ อีลอน มัสก์ ยื่นเอกสารต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เตรียมเปิดขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ หวังระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 2.45 ล้านล้านบาท และดันมูลค่าบริษัทแตะ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และจะส่งผลให้ทรัพย์สินรวมของมัสก์ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32.4 ล้านล้านบาท
สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สเปซ เอ็กซ์พลอเรชัน เทคโนโลยีส์ (Space Exploration Technologies) ได้ทำเรื่องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เพื่อเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่มีมูลค่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวอลล์สตรีท
รายงานข่าวระบุว่า SpaceX ตั้งเป้าที่จะระดมทุนในตลาดทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.45 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะดันให้มูลค่ารวมของบริษัทพุ่งไปอยู่ที่ 1.25 ถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจากการที่ อีลอน มัสก์ ถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัท ซึ่งอาจมีมูลค่าเฉพาะในส่วนของเขาเกินกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ จะส่งผลให้ทรัพย์สินรวมของมัสก์ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (32.4 ล้านล้านบาท) ทุบสถิติโลกและตอกย้ำตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่างเต็มตัว
การยื่นเอกสารไฟลิ่งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทที่ SpaceX ยอมเปิดเผยตัวเลขทางการเงินต่อสาธารณชน โดยผลประกอบการปี 2025 บริษัทสร้างรายได้รวม 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีการอัดฉีดงบประมาณมหาศาลไปกับการพัฒนาจรวดรุ่นถัดไปและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ส่วนไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 บริษัททำยอดขายได้ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่บันทึกผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสเดียวสูงถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน SpaceX มีสินทรัพย์รวม เช่น จรวดและอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ที่ 1.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีหนี้สินอยู่ที่ 6.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ “สตาร์ลิงก์” (Starlink) ธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียมคือผู้ทำรายได้หลัก โดยสร้างรายได้ในปี 2025 ถึง 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ AI ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์ม X และสตาร์ตอัป xAI ทำรายได้ไป 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากงบลงทุนในการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อเทรน AI พุ่งสูงถึง 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 และอีก 7.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพื่อแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Meta และ Amazon อย่างไรก็ดี มัสก์มีแผนที่จะยุบ xAI เพื่อนำโครงสร้างและเป้าหมายด้าน AI ทั้งหมดเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาของ SpaceX โดยตรง
นอกจากนี้ SpaceX ยังทำสัญญาปล่อยเช่ากำลังการประมวลผลที่เหลือของศูนย์ข้อมูลยักษ์ใหญ่ “COLOSSUS” และ “COLOSSUS II” ให้แก่บริษัทคู่แข่งด้าน AI อย่าง แอนโทรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาแชตบอต Claude เป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 1.25 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน ยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2029
เอกสารไฟลิ่งยังระบุว่า SpaceX จะใช้โครงสร้างหุ้นแบบสองชั้น ซึ่งจะทำให้ อีลอน มัสก์ ควบทุกตำแหน่งสำคัญ ทั้งซีอีโอ, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และประธานบอร์ดบริหาร โดยมัสก์จะมีสิทธิ์โหวตควบคุมทิศทางบริษัทสูงถึง 85% แม้จะถือครองหุ้นในสัดส่วนราว 42% ก็ตาม โครงสร้างนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้มัสก์ต้องเผชิญหน้ากับมติผู้ถือหุ้นในเรื่องค่าตอบแทนและความเป็นอิสระของบอร์ดบริหาร เหมือนเช่นคดีความที่เคยเกิดขึ้นกับเขาในบริษัทเทสลา
ขณะเดียวกัน SpaceX ได้แจ้งเตือนนักลงทุนอย่างตรงไปตรงมาถึงความเสี่ยง รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่คาดว่าจะสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากคดีความฟ้องร้องหลายคดี รวมถึงคดีที่แชตบอต “Grok” ของ xAI ถูกกล่าวหาว่าถูกนำไปใช้สร้างภาพอนาจารปลอมของผู้หญิงและเด็กหญิง ตลอดจนคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง คดีข้อมูลรั่วไหล และคดีความพ่ายแพ้ต่อ OpenAI ของแซม อัลต์แมน ในชั้นศาลเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้
แผนธุรกิจที่สร้างความฮือฮาที่สุดในหนังสือชี้ชวนนี้ คือการที่ SpaceX เตรียมสร้างศูนย์ข้อมูลบนห้วงอวกาศ โดยให้เหตุผลว่า พลังงานแสงอาทิตย์ที่ดักจับได้ในวงโคจรนอกโลกคือ “ทางออกเดียวที่สามารถขยายขนาดได้จริง” ในการรองรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่พุ่งสูงอย่างมหาศาลของระบบคำนวณ AI
บริษัทตั้งเป้าจะเริ่มส่งดาวเทียมคอมพิวเตอร์ AI ดวงแรกขึ้นสู่อวกาศอย่างเร็วที่สุดในปี 2028 โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการติดตั้งกำลังการประมวลผลขนาด 100 กิกะวัตต์ในวงโคจรทุกๆ ปี ซึ่งภารกิจนี้จำเป็นต้องใช้จรวดขนส่งวัตถุหนักกว่า 1 ล้านเมตริกตัน และต้องปล่อยจรวดปีละหลายพันเที่ยวเที่ยวบิน ซึ่ง SpaceX มั่นใจว่าพวกเขาเป็นบริษัทเดียวในโลกที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์เพียงพอที่จะทำสิ่งนี้ได้ โดยประเมินมูลค่าโอกาสทางการตลาดของตนไว้สูงถึง 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่รวมตลาดจีนและรัสเซีย.
ที่มา AFP / BBC