พระปกเกล้าโพลชี้ คนกรุงตื่นตัว ตั้งใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง

พระปกเกล้าโพลชี้ คนกรุงตื่นตัว ตั้งใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.  คาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง

พระปกเกล้าโพลชี้ คนกรุงตื่นตัว ตั้งใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69: ความสนใจของประชาชนต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ ความคาดหวังต่อ ส.ก. ชุดใหม่” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 21 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 8 – 11 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. หากเป็นคน กทม. ท่านจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. คนใหม่หรือไม่ (สำรวจโดย x Line Today)

• ผู้ตอบ 85.9% ระบุว่า หากเป็นคน กทม. จะไปอย่างแน่นอน

• รองลงมา คือ 9.2% น่าจะไป/ยังไม่แน่ใจ และ 4.9% น่าจะไม่ไป/ไม่ไปแน่นอน

การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เป็นสนามการเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนให้ความสำคัญสูง เพราะผู้ว่าฯ กทม. มีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการเดินทาง น้ำท่วม ฝุ่น ความปลอดภัย พื้นที่สาธารณะ และบริการของเมือง ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพหรือไม่ก็ตาม ความสนใจที่จะไปใช้สิทธิสูง อาจสะท้อนทั้ง “ความตื่นตัวทางการเมือง” และ “ความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่”

2. การติดตามข่าวเลือกตั้งยังแบ่งครึ่ง สะท้อนโจทย์การสื่อสารข้อมูลก่อนเข้าคูหา

• 49.2% ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก. “ค่อนข้างมาก/มากที่สุด” ใกล้เคียงกันกับ 48.3% ที่ระบุว่า ติดตาม “ค่อนข้างน้อย/น้อยที่สุด” และ 2.5% ไม่ได้ติดตามเลย

แม้กระแสส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแต่ระดับการติดตามข่าวสารกลับแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม เกือบจะเท่าๆ กัน สะท้อนว่า “ความตั้งใจไปเลือกตั้ง” อาจยังไม่ได้หมายความว่า “มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ”

3. ประชาชนต้องการ ส.ก. “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง

• 26.4% ต้องการ ส.ก. ที่ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” สูงสุด

• รองลงมา 21.3% ต้องการคนที่ “ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้”, 19.3% ต้องการคนที่ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้”, 13.3% “เข้าถึงประชาชนง่าย”, 9.5% “กล้าตรวจสอบและสะท้อนปัญหา”, 6.5% “มีผลงาน/ประสบการณ์ในพื้นที่” โดยมีเพียง 3.4% ที่ต้องการ ส.ก. “สังกัดพรรคการเมืองที่น่าเชื่อถือ”และ 0.3% ระบุว่า เป็นคุณลักษณะอื่น

ประชาชนมองบทบาทของ ส.ก. ในฐานะ “ผู้แทนพื้นที่” มากกว่าการเป็นตัวแทนทางการเมืองของพรรค และประชาชนไม่ได้ต้องการเพียง ส.ก. ที่ “ทำงานเป็น” แต่ต้องการคนที่ “ทำงานอย่างน่าเชื่อถือ”

4. เขตชั้นนอกและชั้นกลางมองหา ส.ก. ที่รู้พื้นที่จริง เขตชั้นในต้องการคนที่ประสานงานและแก้ปัญหาเมืองซับซ้อนได้

• เมื่อพิจารณาตามพื้นที่เขตชั้นของ กทม. พบว่า “เขตชั้นนอก” 30.7% ให้ความสำคัญกับ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” สูงสุดที่สุด รองลงมา คือ 22.9% “ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้” ส่วน “เขตชั้นกลาง” 29.3% ให้ความสำคัญกับ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” รองลงมา คือ 22.2% “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้” ขณะที่ “เขตชั้นใน” มีสัดส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกันระหว่าง “ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้” (21.7%), “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” (21.1%) และ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้” (20.3%)

การที่เขตชั้นนอกและเขตชั้นกลางให้ความสำคัญกับการ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” สูงกว่าเขตชั้นในอย่างชัดเจน อาจสะท้อนว่าพื้นที่รอบนอกและพื้นที่กึ่งเมืองยังมีปัญหาเชิงพื้นที่ที่ต้องการผู้แทนที่เข้าใจบริบทเฉพาะของชุมชน เช่น การเดินทาง การระบายน้ำ สาธารณูปโภค หรือการเข้าถึงบริการของเมืองส่วนเขตชั้นในให้ความสำคัญหลายมิติใกล้เคียงกัน สะท้อนลักษณะปัญหาที่ซับซ้อน ต้องอาศัย ส.ก. ที่ไม่เพียงแต่ลงพื้นที่ แต่ต้องจัดการกับหลายหน่วยงาน ประสานงานข้ามระบบ และทำงานภายใต้ความคาดหวังด้านความโปร่งใส

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 21

สนามเลือกตั้งกทม.ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในเชิงการเมืองแต่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ส่งสัญญาณถึงความต้องการผู้แทนที่เข้าใจปัญหาเมืองและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ได้จริง ผลโพลครั้งนี้ สะท้อนความสนใจและความตั้งใจไปใช้สิทธิที่สูง แสดงถึงความตื่นตัวและความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ระดับการติดตามข่าวสารที่ยังแบ่งครึ่งชี้ว่า ยังจำเป็นต้องเร่งสื่อสารข้อมูลผู้สมัคร นโยบาย และบทบาทของตำแหน่งต่าง ๆ ให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของ ส.ก. ซึ่งประชาชนให้ความสำคัญกับความใกล้ชิดพื้นที่ ความสามารถในการประสานงาน และความโปร่งใส มากกว่าการสังกัดพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว

Leave a comment