
22 พ.ค. 2569 15:23 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“เจอาร์” เจ้าของฉายา “แบงก์ซีแห่งฝรั่งเศส” สร้างถ้ำยักษ์ครอบสะพานเก่าแก่กลางปารีส
“สะพานปงเนิฟ” สะพานเก่าแก่ที่สุดของกรุงปารีส กลายเป็นผลงานศิลปะขนาดมหึมา หลัง “เจอาร์” ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังชาวฝรั่งเศส คลุมสะพานด้วยโครงสร้างเป่าลมขนาดยักษ์ให้ดูราวกับถ้ำหินยุคโบราณ พร้อมสอดแทรกแนวคิดสะท้อนสังคมยุคโซเชียลมีเดีย
ภาพของสะพานปงเนิฟ (Pont Neuf) สะพานข้ามแม่น้ำแซนที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีส สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) เมื่อแลนด์มาร์กอายุกว่า 400 ปีแห่งนี้ ถูกกลืนหายจนดูคล้ายกับหุบเขาหินปูนขนาดยักษ์
ผลงานศิลปะชิ้นนี้มีชื่อว่า “La Caverne du Pont Neuf” (ถ้ำแห่งสะพานปงเนิฟ) เป็นฝีมือของ “เจอาร์” (JR) ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้ได้รับฉายาว่า “แบงก์ซีแห่งฝรั่งเศส” ซึ่งเขาต้องการนำกลิ่นอายของ “แร่ธาตุและธรรมชาติ” กลับคืนสู่ใจกลางเมืองหลวง โดยระบุว่านี่ไม่ใช่การ “ปกปิด” สะพาน แต่เป็นการ “เผยให้เห็น” เนื้อแท้ของหินปูน ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ขุดขึ้นมาเพื่อสร้างเมืองปารีสในอดีต
การสูบลมเข้าสู่โครงสร้างผ้าขนาดยักษ์นี้ เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนหลังจากต้องเลื่อนกำหนดการเดิมเนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ตื่นเต้นที่สุดของโปรเจกต์ที่ซุ่มเตรียมการมานานกว่าหนึ่งปี
สำหรับโครงสร้างของถ้ำแห่งนี้มีความยาว 120 เมตร ความสูง 18 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 6 ชั้น มีน้ำหนักประมาณ 5 ตัน เนื่องจากโครงสร้างเกือบทั้งหมดคือ “อากาศ” ปริมาตรกว่า 20,000 ลูกบาศก์เมตร ที่บรรจุอยู่ภายในซุ้มผ้าจำนวน 80 ซุ้ม ส่วนผ้าที่ใช้คลุมถูกเย็บด้วยมือโดยช่างฝีมือ 25 คนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของแคว้นบริตตานี
วิศวกรของเจอาร์ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการทดสอบระบบในโรงจอดเครื่องบินที่สนามบินออร์ลี เพื่อจำลองสถานการณ์หากระบบจ่ายลมขัดข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าก้อนหินจำลองนี้จะค่อย ๆ ยุบตัวลงอย่างปลอดภัย โดยไม่มีชิ้นส่วนใดเจาะหรือทำลายเนื้อหินประวัติศาสตร์ของสะพานแม้แต่น้อย
งานศิลปะชิ้นนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกถึง คริสโต และ ฌอง-โคลด (Christo and Jeanne-Claude) คู่รักศิลปินในตำนานที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ “ห่อสะพานปงเนิฟ” ด้วยผ้าสีทองอร่ามเมื่อปี 1985 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้จุดกระแสงานศิลปะเชิงอนุสรณ์ (Monumental Art) ในเมืองใหญ่ จนทำให้จัตุรัสข้างสะพานได้รับการตั้งชื่อตามพวกเขา
นอกจากความสวยงามแล้ว เจอาร์ยังซ่อนความหมายเชิงปรัชญาเพื่อเตือนสติผู้คน โดยอิงจาก “ข้ออุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำของเพลโต” (Plato’s Allegory of the Cave) ที่นักโทษในถ้ำมักทึกทักเอาว่าเงาบนผนังคือความจริง เจอาร์อธิบายว่า “ทุกวันนี้ถ้ำของเราคืออะไร? มันคือโทรศัพท์มือถือของเรา เพราะพวกเราเชื่อว่าอัลกอริทึมบนโซเชียลมีเดียคือความจริงทั้งหมด”
แต่ความย้อนแย้งที่งดงามคือ เมื่อผู้เข้าชมเดินเข้าไปในอุโมงค์ถ้ำที่มืดมิด พวกเขาก็ยังคงยกโทรศัพท์ขึ้นมา โดยงานนี้ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Snap เพื่อสร้างประสบการณ์ความเป็นจริงเสริม (AR) ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น พร้อมคลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีต่ำทุ้มแนวแร่ธาตุจากฝีมือของ โทมัส บังกัลเตอร์ (Thomas Bangalter) อดีตสมาชิกวงอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดัง Daft Punk
นิทรรศการ “La Caverne du Pont Neuf” ได้รับการสนับสนุนเงินทุนทั้งหมดจากการขายผลงานของเจอาและพันธมิตรภาคเอกชน โดยไม่มีการใช้เงินภาษีของประชาชนแม้แต่ยูโรเดียว
โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการปิดการจราจรบนสะพาน โดยผู้คนสามารถมองเห็นถ้ำยักษ์นี้ได้จากทั้งริมตลิ่ง, เรือสำราญในแม่น้ำแซน หรือแม้กระทั่งจากบนยอดหอไอเฟล ซึ่งจะจัดขึ้นตรงกับช่วงปารีสแฟชั่นวีก, วันดนตรีโลก (World Music Day) และเทศกาลศิลปะโต้รุ่ง (Nuit Blanche) พอดี และเมื่อนิทรรศการสิ้นสุดลง โครงสร้างผ้าทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล เพราะศิลปินมักกล่าวเสมอว่า “อากาศจะไม่ทิ้งรอยแผลใด ๆ ไว้” จากนั้นสะพานปงเนิฟที่เก่าแก่กว่ายุคสาธารณรัฐและยุคปฏิวัติฝรั่งเศส จะกลับมาปรากฏโฉมงดงามดังเดิม ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น.
ที่มา Associated Press