เสียงหัวเราะตีตราจอง ดีเจนุ้ย ยื่นจดเครื่องหมายการค้า กันถูก AI แอบอ้าง

เสียงหัวเราะตีตราจอง ดีเจนุ้ย ยื่นจดเครื่องหมายการค้า กันถูก AI แอบอ้าง

เสียงหัวเราะตีตราจอง ดีเจนุ้ย ยื่นจดเครื่องหมายการค้า กันถูก AI แอบอ้าง

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.21 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศเดินหน้าผลักดันและสนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยมุ่งเน้นไปที่เครื่องหมายการค้ารูปแบบใหม่ ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยดำเนินการจดทะเบียน เครื่องหมายเสียง เพื่อสร้างอัตลักษณ์และการจดจำแบรนด์ให้มีความโดดเด่นในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเป็นการสร้างเกราะป้องกันภัยคุกคามจากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในทางที่ผิด

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเสียงได้กลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสารทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเปิดแอปพลิเคชัน เสียงโฆษณา เสียงแนะนำตัว หรือวลีสั้นๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำและเชื่อมโยงไปยังสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ได้ในทันที การจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ และช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในสภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง

ดีเจนุ้ย

ทั้งนี้ ได้มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาในต่างประเทศ ศิลปินระดับโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงต่อสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐฯ จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ข้อความเสียง “Hey, it’s Taylor Swift” จากโฆษณาโปรโมตอัลบั้มกับ Amazon Music และข้อความเสียง Hey, it’s Taylor จากคลิปโปรโมตอัลบั้มกับ Spotify ซึ่งกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าเสียงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าและจำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI สามารถเลียนแบบน้ำเสียงหรือสร้างเสียงเสมือนจริงได้อย่างแนบเนียน ซึ่งอาจนำไปสู่การแอบอ้างตัวตน การสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค หรือการนำเสียงไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ในส่วนของประเทศไทย กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2543 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2559) เพื่อเพิ่มบทบัญญัติการคุ้มครองเครื่องหมายเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงคน เสียงสัตว์ เสียงเพลง เสียงดนตรี หรือเสียงอื่นๆ ที่ไม่ได้สื่อถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง หรือเสียงที่ไม่ใช่เสียงโดยธรรมชาติของสินค้า หรือเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานของสินค้า ซึ่งการจดทะเบียนนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์และความแตกต่างให้กับธุรกิจ

ดีเจนุ้ย

สำหรับสถิติการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ยื่นคำขอรวมทั้งสิ้น 494 คำขอ แบ่งเป็นคำขอของผู้ประกอบการไทย 438 คำขอ คิดเป็นร้อยละ 88.7 และต่างชาติ 56 คำขอ คิดเป็นร้อยละ 11.3 โดยมีคำขอที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว 114 เครื่องหมาย และอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ 138 คำขอ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ยื่นจดทะเบียนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท กาลิน อีคอมเมิร์ซ จำกัด ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (7 คำขอ), บริษัท ฟ้าอรุณพืชผลเพื่อไทย จำกัด ในธุรกิจปุ๋ย (4 คำขอ) และบริษัท ยูนิ-ชาร์ม คอร์ปอเรชั่น ในธุรกิจกางเกงผ้าอ้อมอนามัย (4 คำขอ) นอกจากนี้ บุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง ตีเจนุ้ย ก็ได้ยื่นจดเครื่องหมายเสียงเสียงหัวเราะต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วยเช่นกัน

นางอรมน ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทย วางแผนกลยุทธ์การทำธุรกิจให้รอบด้าน โดยคำนึงถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีที่อาจส่งผลให้นักสร้างสรรค์ต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ในเสียงที่ตนสร้างขึ้น และทำการจดทะเบียนเพื่อป้องกันการละเมิดหรือลอกเลียนแบบ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างการจดจำ และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ ตลอดจนเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญารูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจและลดความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนหรือแอบอ้าง

ดีเจนุ้ย
ดีเจนุ้ย
ดีเจนุ้ย
ดีเจนุ้ย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา, อินสตาแกรม djnui

Leave a comment