อนุชา ควง มาร์ค นำทัพ ปชป. ลุยสุขุมวิท ย้ำคอนเซ็ปต์ “เมืองฟ้าอมร” ให้กรุงเทพดีกว่าที่เป็นอยู่

อนุชา ควง มาร์ค นำทัพ ปชป. ลุยสุขุมวิท ย้ำคอนเซ็ปต์ “เมืองฟ้าอมร” ให้กรุงเทพดีกว่าที่เป็นอยู่

อนุชา ควง มาร์ค นำทัพ ปชป. ลุยสุขุมวิท ย้ำคอนเซ็ปต์ “เมืองฟ้าอมร” ให้กรุงเทพดีกว่าที่เป็นอยู่

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

“อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์-ขุนพล ปชป.” ลุยสุขุมวิท จี้ กทม. จัดระเบียบร้านกัญชา-ป้ายโฆษณา ชูดัน กทม. เป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ย้ำคอนเซ็ปต์ “เมืองฟ้าอมร” ให้กรุงเทพดีกว่าที่เป็นอยู่

วันนี้ 23 พฤษภาคม 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิป้ตย์ ลงพื้นที่สำรวจย่านสุขุมวิทซอย 4 และบริเวณริมทางเท้าบนถนนสุขุมวิทซอย 5-11 เพื่อรับฟังปัญหาและตรวจสอบสภาพพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวใจกลางเมือง

อนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา กล่าวว่า บริเวณสุขุมวิทเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการจัดระเบียบอย่างเร่งด่วนเป็นลำดับต้นๆ คือ “ปัญหาการโฆษณาและร้านจำหน่ายกัญชา” ตลอดแนวถนนสุขุมวิทพบการติดป้ายโฆษณาเชิญชวนอย่างแพร่หลาย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ แต่สำหรับการใช้เพื่อสันทนาการ (Recreation) จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้มอมเมาเยาวชนและสร้างค่านิยมที่ผิด

“กทม. สามารถใช้อำนาจดำเนินการได้ทันที ทั้งการตรวจสอบป้ายโฆษณาที่สุ่มเสี่ยง การกวดขันร้านค้าที่ตั้งใกล้สถานศึกษาหรือวัด ไปจนถึงการจัดการเหตุรำคาญจากกลิ่น ควัน และสุขลักษณะในอาคาร เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะ ‘เมืองฟ้าอมร’ ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นเมืองที่ใช้กัญชาอย่างเสรีจนเกินขอบเขต” นายอนุชากล่าว

อนุชา บูรพชัยศรี

สำหรับปัญหาที่อยู่นอกเหนืออำนาจของ กทม. โดยตรง เช่น การตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาล หรือข้อสงสัยเรื่องกลุ่มทุนนอมินี (Nominee) ข้ามชาติ นายอนุชาเน้นย้ำว่า กทม. จะต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “เจ้าภาพ” ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และเป็นแกนหลักในการประสานงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดย กทม. จะต้องไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ

นอกจากมิติด้านเศรษฐกิจและการจัดระเบียบเมืองแล้ว นายอนุชายังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยระบุว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทำงานเชิงรุก (Proactive) ไม่ใช่เพียงการตั้งรับ ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และการบำรุงรักษา (Maintenance) เครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และบุคลากรในระดับเขต เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเป็นระบบและรู้หน้าที่ทันทีที่เกิดเหตุ

อนุชา บูรพชัยศรี

เมื่อถามถึงกระแสตอบรับในช่วงที่ผ่านมา นายอนุชาระบุว่า ผลโพลที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ มีความตื่นตัวและอยากออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแสดงถึงความหวังที่อยากเห็นกรุงเทพฯ ดีกว่าที่เป็นอยู่

“การลงพื้นที่ในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่มาพร้อมกับองคาพยพของพรรค ทั้งท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ ท่านสกลธี ท่านกรณ์ และท่านองอาจ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ระดับชาติ ผนวกกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ที่เกาะติดพื้นที่มาอย่างยาวนาน ทำให้มั่นใจได้ว่าการทำงานเป็นทีมในลักษณะนี้ จะสามารถผลักดันนโยบายและนำประโยชน์สูงสุดมาสู่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้อย่างแน่นอน” นายอนุชา กล่าวทิ้งท้าย

อนุชา บูรพชัยศรี

Leave a comment