
24 พ.ค. 2569 10:41 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อาสาสมัครกาชาดเสียชีวิต 3 ราย จากอีโบลาระบาดในดีอาร์คองโก
สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ เผยอาสาสมัครกาชาด 3 คนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เสียชีวิตจากการติดเชื้ออีโบลา หลังปฏิบัติงานจัดการศพในพื้นที่ระบาด ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 204 ราย ด้านองค์การอนามัยโลกยกระดับความเสี่ยงสาธารณสุขเป็น “สูงมาก”
วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ล่าสุด สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) เปิดเผยว่า อาสาสมัครขององค์กรจำนวน 3 ราย ได้เสียชีวิตลงจากการติดเชื้ออีโบลา โดยคาดว่าพวกเขาได้รับเชื้อมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ขณะปฏิบัติหน้าที่จัดการร่างผู้เสียชีวิตในเมืองมองกวาลู ทางตะวันออกของจังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับไวรัส ก่อนที่จะมีการระบุพบการแพร่ระบาดอย่างเป็นทางการ
อาสาสมัครผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ได้แก่ นายอาลิคานา อูดุมูซี ออกุสติน, นายเซซาโบ คาตานาโบ และนางสาวอาจิโก ชานดิรู วีวีแอน ซึ่งเสียชีวิตลงในช่วงระหว่างวันที่ 5 ถึง 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง IFRC ได้ยกย่องว่าพวกเขาสละชีพหลังจากรับใช้ชุมชน “ด้วยความกล้าหาญและมนุษยธรรม”
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้อาสาสมัครทั้งสามกลายเป็นเหยื่อกลุ่มแรก ๆ ของการระบาดระลอกนี้ ซึ่งปัจจุบันส่งผลให้มีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อแล้วกว่า 867 ราย และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 204 ราย
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขแจ้งเตือนว่า ร่างของผู้เสียชีวิตจากอีโบลาสามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรุนแรง เนื่องจากสารคัดหลั่งในร่างกายยังคงมีไวรัสที่พร้อมติดต่อได้แม้จะเสียชีวิตไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การระบาดครั้งนี้เกิดจากสายพันธุ์หายากที่เรียกว่า “สายพันธุ์บุนดิบูเกียว” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่มีวัคซีนที่ผ่านการรับรองผลอย่างเป็นทางการ และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อ
ส่งผลให้ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยกระดับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขจากไวรัสชนิดนี้ในดีอาร์คองโกจากระดับ “สูง” ขึ้นสู่ระดับ “สูงมาก”
เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน กระทรวงคมนาคมของดีอาร์คองโกได้ประกาศสั่งระงับเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินส่วนตัวทั้งหมดที่เดินทางเข้า-ออกเมืองบูเนีย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอิตูรี และเป็นจุดที่พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากที่สุด โดยจะอนุญาตให้เฉพาะเที่ยวบินด้านมนุษยธรรม การแพทย์ หรือเที่ยวบินฉุกเฉินที่ได้รับอนุมัติพิเศษจากหน่วยงานการบินและสาธารณสุขเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ประเทศยูกันดาซึ่งมีพรมแดนติดกัน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย ส่งผลยอดรวมในยูแกนดาเพิ่มเป็น 5 ราย ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้เตือนอีก 10 ประเทศในทวีปที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ได้แก่ แองโกลา, บุรุนดี, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, สาธารณรัฐคองโก (คองโก-บราซาวีล), เอธิโอเปีย, เคนยา, วันดา, เซาท์ซูดาน, แทนซาเนีย และแซมเบีย
นอกจากวิกฤตโรคระบาดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องเผชิญกับความขัดแย้งในชุมชน โดยองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) รายงานว่า เต็นท์พยาบาลสนับสนุนการกู้ภัยอีโบลาในเมืองมองกวาลูถูกลอบเผาทำลายลง หลังจากก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน มีกลุ่มฝูงชนที่โกรธแค้นพยายามจุดไฟเผาพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลอีกแห่งในจังหวัดอิตูรี เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่สั่งห้ามญาติและเพื่อนสนิทนำศพของชายหนุ่มที่คาดว่าเสียชีวิตจากอีโบลาออกไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
นอกเหนือจากจังหวัดอิตูรีแล้ว ปัจจุบันยังตรวจพบผู้ติดเชื้อในภูมิภาคนอร์ทคีวู และเซาท์คีวู ซึ่งพื้นที่บางส่วนทางตะวันออกของทั้งสองภูมิภาคนี้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏ M23 โดยการปะทะกันอย่างต่อเนื่องระหว่างกลุ่มกบฏและกองกำลังรัฐบาล กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้าควบคุมระบบและจัดการกับไวรัสร้ายนี้ได้ยากลำบากยิ่งขึ้น.
ที่มา BBC