นักวิจัย มมส ร่วมค้นพบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ 14 ของไทย

นักวิจัย มมส ร่วมค้นพบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ 14 ของไทย

นักวิจัย มมส ร่วมค้นพบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ 14 ของไทย

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เป็นที่น่ายินดีอีกครั้งของวงการ “บรรพชีวินวิทยาไทย” เมื่อ ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมค้นพบและศึกษาไดโนเสาร์ซอโรพอดสายพันธุ์ใหม่ของโลก “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” ซึ่งได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการให้เป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ 14 ของประเทศไทย และทุบสถิติเป็น “ไดโนเสาร์กินพืช” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลงานวิจัยระดับโลกครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการชื่อดัง Scientific Reports เป็นที่เรียบร้อย

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการ “Project Thaitan” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างทีมงานวิจัยไทย นำโดย ดร.ศิตะ มานิตกุล ร่วมกับมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร และกรมทรัพยากรธรณี โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยระดับโลกจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นำไปสู่การขุดค้นพบชิ้นส่วนฟอสซิล ณ บ้านพนังสื่อ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ โดยฝังตัวอยู่ในชั้นตะกอนของหมวดหินโคกกรวด กลุ่มหินโคราช ยุคครีเทเชียสตอนต้น หรือมีอายุทางธรณีวิทยาเก่าแก่ประมาณ 110-115 ล้านปีก่อน ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ร่วมกันตั้งชื่อวิทยาศาสตร์อันทรงคุณค่าว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” ซึ่งมีความหมายสื่อถึง “พญานาคยักษ์แห่งชัยภูมิ” เพื่อเป็นเกียรติแก่พื้นที่ค้นพบและสอดคล้องกับความเชื่อท้องถิ่น

ดร.ศิตะ มานิตกุล เปิดเผยว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” จัดเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดหรือกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชคอยาว ในกลุ่มซอมโฟสปอนดิแลน ภายใต้กลุ่มย่อยยูฮีโลโปดิด โดยมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติอย่างใกล้ชิดกับ “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์คอยาวอีกสายพันธุ์ของไทยที่ถูกค้นพบในหมวดหินเสาขัวที่มีอายุเก่าแก่กว่าราว 130 ล้านปี สิ่งที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคือ การประเมินมวลน้ำหนักและขนาดร่างกาย ซึ่งพบว่านาคาไททันมีน้ำหนักตัวสูงถึงประมาณ 27 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของช้างแอฟริกาขนาดใหญ่จำนวน 4-5 เชือกรวมกัน และมีขนาดความยาวจากส่วนหัวจรดปลายหางยาวถึง 27 เมตร ส่งผลให้นาคาไททันก้าวขึ้นแท่นเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทันที

การค้นพบในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้แก่วงการวิทยาศาสตร์และบรรพชีวินวิทยาโลก แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยมของนักวิจัยไทยและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยนวัตกรรมในระดับสากล ตลอดจนช่วยเติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์ธรรมชาติวิทยาเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและภาพจิ๊กซอว์วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ในภูมิภาคนี้ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป

Leave a comment