
25 พ.ค. 2569 14:45 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“รูบิโอ” เตือนอิหร่าน หากเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ จะใช้ “วิธีอื่น” จัดการ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ยังเปิดโอกาสให้การเจรจากับอิหร่านเดินหน้าต่อ แต่หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สหรัฐฯ พร้อมใช้ “แนวทางอื่น” ขณะที่ความหวังต่อการยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่แน่นอน
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ คาดหวังที่จะบรรลุข้อตกลงที่ดีกับอิหร่าน หรือมิฉะนั้นก็พร้อมที่จะจัดการกับอิหร่านด้วย “วิธีอื่น” ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯพยายามลดกระแสความคาดหวังที่ว่าสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือนจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน
นายรูบิโอระบุระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ว่า สหรัฐฯ จะให้โอกาสกระบวนการทางการทูตอย่างเต็มที่ก่อนที่จะเริ่มพิจารณา “ทางเลือกอื่น ๆ” ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณเตือนผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน
รูบิโอกล่าวว่า “ตอนนี้มีข้อเสนอที่ค่อนข้างมั่นคงอยู่บนโต๊ะเจรจา ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการเข้าสู่กระบวนการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ที่แท้จริง สำคัญ และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งเราหวังว่าจะทำมันได้สำเร็จ”
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล โดยยืนยันว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อเรือของอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงมีผลบังคับใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างเต็มที่ จนกว่าข้อตกลงจะบรรลุผล ได้รับการรับรอง และลงนามอย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมว่า “ทั้งสองฝ่ายต้องใช้เวลาและทำมันอย่างถูกต้อง”
แม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะยังไม่มีแถลงการณ์ตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวทาสนิม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงเป็นฝ่ายขัดขวางข้อตกลงในบางประเด็น โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของรัฐบาลอิหร่านที่ต้องการให้ปล่อยอายัดเงินทุนในต่างประเทศ
ขณะที่ นายเอบราฮิม เรซาอี โฆษกรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ในยามศึกสงครามกลยุทธ์ของอิหร่านคือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” และในสมรภูมิทางการทูตก็คือ “การตอบโต้ด้วยการกระทำต่อการกระทำ” พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันหรือคำขู่ใด ๆ หากสหรัฐฯ ต้องการข้อตกลงก็ต้องเจรจา แต่ถ้าสหรัฐฯ อยากเห็นราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ก็จงข่มขู่ต่อไป
ข่าวความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงถึง 6% ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังขยับเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพมากขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงใน “บันทึกความเข้าใจ” กรอบกว้าง ๆ ได้แล้ว เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นน่านน้ำยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติเหลว ถึง 1 ใน 5 ของโลกก่อนจะเกิดความขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในประเด็นที่ซับซ้อนหลายประการ เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน, สงครามของอิสราเอลในเลบานอน กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมถึงข้อเรียกร้องของอิหร่าน ที่ต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และปล่อยอายัดรายได้จากการขายน้ำมันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในธนาคารต่างประเทศ
แหล่งข่าวระดับสูงจากรัฐบาลทรัมป์เปิดเผยโดยไม่ประสงค์ออกนามว่า ข้อตกลงในปัจจุบันระบุว่า อิหร่านได้ตกลง “ในหลักการ” ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยอมยุติการปิดล้อมทางทะเล และอิหร่านจะต้องกำจัดคลังยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นสูงทั้งหมด โดยสหรัฐฯ เชื่อว่า อยาตอลเลาะห์ มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนปัจจุบัน ได้ให้การรับรองกรอบข้อตกลงกว้าง ๆ นี้แล้ว
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า แผนขั้นแรกคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลก่อน ส่วนรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรการนิวเคลียร์นั้นจะต้องใช้เวลาเจรจาเพิ่ม โดยแหล่งข่าวอีกรายระบุว่า กรอบการทำงานที่เสนอมานี้จะให้เวลาผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายเป็นเวลา 60 วันในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
ในขณะที่แหล่งข่าววงในของฝั่งอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าวนักข่าวรอยเตอร์ว่า ในขั้นตอนต่อไป อาจมีการใช้สูตรที่ทำได้จริงเพื่อแก้ปัญหาคลังยูเรเนียมเข้มข้นสูง เช่น การทำให้ยูเรเนียมเจือจางลงภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ โดยอิหร่านยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ว่าตนกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มาโดยตลอด
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ตอบโต้ผู้วิจารณ์แนวทางการเจรจาและการยอมประนีประนอมกับอิหร่านผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ถ้าผมทำข้อตกลงกับอิหร่าน มันจะเป็นข้อตกลงที่ดีและเหมาะสม… ดังนั้นอย่าไปฟังพวกขี้แพ้ ที่เอาแต่วิจารณ์ในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความรู้เลย”
ทั้งนี้ สงครามการทิ้งระเบิดถล่มอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้คร่าชีวิตผู้คนในอิหร่านไปแล้วหลายพันคนก่อนจะมีการระงับชั่วคราวในเดือนเมษายน ในขณะที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าสังหารผู้คนและทำให้ประชาชนหลายแสนคนในเลบานอนต้องไร้ที่อยู่อาศัยจากการบุกโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ส่วนการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่ออิสราเอลและประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับก็ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบรายเช่นกัน.
ที่มา Reuters