พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.08 น.

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ยกเทียบคดีคล้ายกัน กกต. มีหลักฐานไลน์ไม่กี่ข้อความยังส่งเรื่องไปที่ศาลได้ หากท้ายที่สุดส่งเรื่องอาจค้านสายตาสังคม ถูกครหาเหตุเพราะ 4 ใน 7 กกต. ถูกรับรองโดย สว. ที่ถูกกล่าวหาในคดี ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณี 89 สว. ออกมาแถลงโต้ปฏิเสธระบอบสีน้ำเงิน โดยชวนสังคมจับตากรณีมีชื่อสว. 130 คน อยู่ในรายชื่อของสำนวนคณะไต่สวนคณะที่ 26 ของ กกต. ที่มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลและดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ในคดีฮั้ว สว. ประกอบไปด้วย สว. กว่า 130 คนและ เครือข่ายพรรคการเมือง ที่มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคนรวมกว่า 90 คน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการเลือก สว. ปี 2567 และอีก 1 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีดังกล่าว เพราะ กกต. จะต้องตัดสินใจชี้ขาด ว่าจะเลือกทางใด
ระหว่างมีมติสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลชี้ขาดผู้ที่ถูกกล่าวหา 229 คน หรืออีกทางหนึ่งจะยกคำร้อง ทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาล หรือเรียกกันว่า “เป่าคดี” ชวนสังคมจับตาการตัดสินใจของ กกต. อย่างใกล้ชิด

“ยืนยันหลักฐานที่อยู่ในมือ กกต. และอยู่ในสำนวนตามที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ทำมา หนักแน่นเพียงพอที่ กกต. ควรมีมติส่งเรื่องที่ศาล หากถึงหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ เรื่องบัตรการเลือกของ สว. ที่เห็นว่ามีการเลือกตัวชุดเดียวกัน จำนวนมาก หากคำนวณหลักคณิตศาสตร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติโดยปราศจากการฮั้ว หรืออ้างอิงข้อมูลผู้ยื่นคำร้องเคยแสดงไว้ พอจะคาดการณ์ได้ว่าในสำนวนจะมีหลักฐานอื่นด้วย การนัดรวมตัวกัน การเดินทาง รวมถึงหลักฐานเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน การว่าจ้างให้มีการลงมติตามโพย เห็นว่าหลักฐานหนักแน่นเพียงพอที่ กกต. ส่งเรื่องที่ศาล” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าว กกต. เคยมีมติส่งเรื่องไปที่ศาลแล้ว หลักฐานที่มีในคดีนั้นตอนนี้เป็นคดีหมายเหตุแดงที่ 53 / 2568 และสิ่งที่ กกต. มีคือข้อความจากไลน์ไม่กี่ข้อความ ที่มีการขอแลกคะแนนระหว่างบุคคล 2 คน ที่ กกต. เห็นว่าเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะมีมติส่งเรื่องไปยัง และศาลได้พิพากษามาว่าเป็นการกระทำความผิด และเมื่อข้อความในไลน์เคยหนักแน่นเพียงพอที่ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลแต่ทำไมวันนี้ หลักฐานที่น่าหนักแน่นกว่าจากคณะไต่สวนชุดที่ 16 เหตุใดถึงจะไม่เพียงพอต่อการ กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาล ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับโพยหรือเส้นทางทางการเงิน

“หากท้ายที่สุด กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลที่ ก็ค้านสายตาสังคม ก็ทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ว่าเหตุผลที่ กกต. ตัดสินใจเช่นนั้นเพราะว่า 4 จาก 7 กกต. มา ดำรงตำแหน่งได้เพราะถูกรับรองโดย สว. ที่อยู่ในสำนวนหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องการให้ กกต. ถูกครหาเช่นนั้น โดยคาดหวังจะเห็น กกต. มีมติสองเรื่องดังกล่าว” นายพริษฐ์ กล่าว

Leave a comment