
โฆษก ภท. เผยพรรคคุยปม ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ดีเอสไอ ยันหลักการเอกสิทธิ์ คุ้มครองสส.ในสมัยประชุม
วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.53 น.
‘โฆษก ภท.’ เผยพรรคคุยปมส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์‘ ให้ ’ดีเอสไอ‘ ยันยึดหลักการเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.ในสมัยประชุม ยันไม่ได้อุ้มใคร อีก 1เดือนปิดสมัยฯก็ต้องไปอยู่ดี
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทยภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวภายหลังการประชุมพรรคภูมิใจไทย ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขออนุญาตที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม มารับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ว่า เบื้องต้นก็ทราบว่า นายชนนพัฒฐ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีความประสงค์จะไปชี้แจง ดังนั้นในวันที่ 27 พ.ค. ก็สามารถไปได้เลย ไม่ต้องเป็นภาระต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะต้องตัดสินอย่างไร แต่โดยหลักการในเรื่องของการดูแล สส.หากย้อนไปในอดีตในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เสียงจะมีความก้ำกึ่ง ไม่ว่า จะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการปกป้อง ไม่ให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ใช้อำนาจในการแจ้งความ หรือทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีจำนวนลดลงไป ซึ่งเป็นการใช้มาตั้งแค่อดีต จนถึงปัจจุบัน
โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า โดยหลัการ ณ ตอนนี้จึงมีการพูดคุยว่าให้ใช้หลักการนี้ไปก่อน แต่ก็ต้องดูว่าเจ้าตัวจะร้องขอไปหรือไม่อย่างไร ถ้าเปรีบนเทียบกับเคสของสมัยประชุมที่แล้วว่าจะอนุมัติให้สส.ไปหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะสส.คนดังกล่าวได้ไปมอบตัวก่อน จึงหวังว่าในสภาฯ ชุดนี้คงไม่ต้องถึงขั้นที่สภา จะมาลงมติในเรื่องนี้ ถ้าเจ้าตัวยินยอมตามที่ได้พูดไว้ แต่ถ้าไม่เป็นตาทนั้นเราก็พูดในหลักการ เพราะขณะนี้เหลือเวลาเพียง 1 เดือนก็จะปิดสมัยประชุม ไม่วันพรุ่งนี้ ก็อีก 1 เดือน ที่สมาชิกจะต้องไปให้ปากคำ ตามที่ ดีเอสไอ ร้องขออยู่แล้ว อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้งจากผู้มีอำนาจ เพื่อให้จำนวน สส.ฝ่ายค้านลดลง เนื่องจากเป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐ
เมื่อถามย้ำว่า สรุปแล้วถ้าวันที่ 28 พ.ค.นี้ ต้องโหวต ทิศทางของพรรคภูมิไทยคือไม่ส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ ใช่หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ถ้าเจ้าตัวไปให้ปากคำต่อดีเอสไอ เรื่องก็ไม่ต้องถึงสภาฯ ก็ถือว่าจบ แต่ถ้าต้องมาพูดคุยในที่ประชุมสภาฯ ก็ต้องดูท่าทีว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง แต่โดยหลักการเราเป็นพรรครัฐบาล ไม่ต้องการตัดเสียงฝั่งใด ฝั่งหนึ่ง ด้วยวิธีการเช่นนี้ ซึ่งอีก 1 เดือนก็จะปิดสวทัยประชุมยังไงก็ต้องไปสอบสวนกับดีเอสไออยู่แล้ว ไม่สามารถหลีกหนีได้“
“เราไม่ได้มองเรื่องเซฟ หรืออุ้มใคร เอกสิทธิ์ สส.ใช้ได้เฉพาะช่วงสมัยประชุม 4 เดือน เมื่อปิดสมัยประชุม ท่านมีเรื่องสะสางก็ต้องไป ซึ่งอีก 1 เดือนก็ปิดสมัยประชุมแล้ว“ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว