“ไร้ลิ้นสิ้นสูญ” นวนิยายรางวัลกับพลังภาษาอันบาดลึกที่คนไทยต้องอ่าน

“ไร้ลิ้นสิ้นสูญ” นวนิยายรางวัลกับพลังภาษาอันบาดลึกที่คนไทยต้องอ่าน

“ไร้ลิ้นสิ้นสูญ” นวนิยายรางวัลกับพลังภาษาอันบาดลึกที่คนไทยต้องอ่าน

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ร่วมกับ อมรินทร์บุ๊ค  เซ็นเตอร์ เปิดตัวหนังสือ ‘ไร้ลิ้นสิ้นสูญ’ (Tongueless) ฉบับแปลภาษาไทย ผลงานของ ‘เหล่า หยีหว่า’  ( Lau Yee Wa ) นักเขียนชาวฮ่องกง ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดวรรณกรรมนานาชาติ Chommanard International Women’s Literary Award 2025  พร้อมกันนี้ในงานได้จัดเวทีเสวนา “หนังสือดีแค่ไหน ทําไมจึงคว้ารางวัล Chommanard International Grand Prize ได้รับเงินสดถึง 500,000 บาท” โดยได้รับเกียรติจาก คุณเกศณี ไทยสนธิ กรรมการตัดสินรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award และอาจารย์กฤตยา อกนิษฐ์ ผู้แปลหนังสือ ไร้ลิ้นสิ้นสูญ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในครั้งนี้

อาจารย์กฤตยา อกนิษฐ์ กล่าวว่า  หนังสือ ‘ไร้ลิ้นสิ้นสูญ’ เป็นผลงานเรียกได้ว่า “มีความวิเศษ” ไม่ธรรมดา ด้วยพลังของการเล่าเรื่องที่ลุ่มลึกและชวนให้ผู้อ่านได้ขบคิดพร้อมตั้งคำถามต่อโครงสร้างสังคม โดยส่วนตัวรู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้มีโอกาสแปลหนังสือเล่มนี้ แม้จะเป็นความท้าทายไม่น้อย เพราะต้นฉบับเป็นภาษาจีนที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงทางภาษาและอารมณ์ ทำให้ผู้แปลต้องทำความเข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้ง เพื่อถ่ายทอดอรรถรสและน้ำหนักทางความรู้สึกของต้นฉบับออกมาให้ครบถ้วนที่สุด

ทั้งนี้ มองว่า ‘เหล่า หยีหว่า’ เป็นนักเขียนที่มีความเฉียบคมในการพาผู้อ่านเข้าไปอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์ราวกับกำลังใช้ชีวิตร่วมกับตัวละครจริง ๆ อีกทั้งยังสามารถสื่อสารความเจ็บปวด ความอึดอัด และความสะเทือนใจผ่านภาษาได้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะตัวละคร “แม่” ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเรื่องราวและอารมณ์ต่าง ๆ ภายในเรื่องได้อย่างทรงพลัง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของหนังสือเล่มนี้ เพราะทุกองค์ประกอบที่ผู้เขียนวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ระบบการศึกษา โลกการทำงาน หรือการต่อสู้เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ล้วนมีความหมายและชวนให้ผู้อ่านกลับมาทบทวนสังคมรอบตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ อาจารย์กฤตยา ยังได้ขยายความถึงความหมายของชื่อเรื่อง  ‘ไร้ลิ้นสิ้นสูญ’ ผ่านการตั้งคำถามต่อ “ลิ้น” ในฐานะอวัยวะสำคัญของการสื่อสาร ว่ามนุษย์จะใช้มันอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดภายใต้อำนาจที่กดทับ บางคนเลือกนิ่งเงียบเพื่อปกป้องตัวเอง ขณะที่บางคนใช้คำพูดเพื่อประจบเอาใจผู้มีอำนาจให้สามารถอยู่รอดในระบบได้ ลิ้นจึงไม่ได้เป็นเพียงอวัยวะสำหรับการพูด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของเสียง สิทธิ และตัวตนของมนุษย์ ซึ่งอาจค่อย ๆ ถูกครอบงำและพรากหายไปโดยไม่รู้ตัว จนท้ายที่สุด หนังสือเล่มนี้อาจทำให้ผู้อ่านย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ลิ้นของเรายังอยู่หรือไม่” และเรายังมีพื้นที่มากเพียงใดในการเปล่งเสียงต่อผู้มีอำนาจในสังคมปัจจุบัน

ด้าน เกศณี ไทยสนธิ เปิดเผยว่า ครั้งแรกที่ได้อ่าน  ‘ไร้ลิ้นสิ้นสูญ’  รู้สึกทันทีว่านี่คือ นวนิยายที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและทรงพลัง เพราะสามารถขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมผ่าน “ภาษา” ได้อย่างวิจิตรและลุ่มลึก ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่เวทีชมนาดมองหาในงานวรรณกรรมร่วมสมัย หนังสือเล่มนี้สะท้อนเสียงของผู้หญิงที่กล้าก้าวข้ามกรอบวัฒนธรรม อำนาจ และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างน่าประทับใจ โดยเสน่ห์ของเรื่องเริ่มตั้งแต่ชื่อหนังสือที่ชวนตั้งคำถาม ไปจนถึงโครงสร้างการเล่าเรื่องที่เผยให้เห็นความกล้าของผู้เขียนในการหยิบประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของฮ่องกงมาเล่าผ่านบริบทการศึกษาและการเปลี่ยนผ่านจากภาษาจีนกวางตุ้งสู่ภาษาจีนกลาง ซึ่งไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางภาษา แต่ยังสื่อถึงการต่อรองอำนาจ อัตลักษณ์ และการดำรงอยู่ของผู้คนในสังคมอีกด้วย

ขณะเดียวกัน เกศณี ยังมองว่า  ‘ไร้ลิ้นสิ้นสูญ’ เป็นหนังสือที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้คนในวัยทำงานได้อย่างชัดเจน เพราะในโลกของการทำงาน บางคนเลือกเงียบและทำหน้าที่ของตัวเองไปโดยไม่พูดอะไร ขณะที่บางคนเลือกประจบสอพลอเพื่อความอยู่รอดในระบบ จนทำให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นแรงกดดัน การต่อรอง และการสูญเสียตัวตนที่เกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบัน ขณะเดียวกันผู้อ่านจะเห็นถึงความกล้าหาญของผู้เขียนในการเล่าเรื่องที่ท้าทายและยาก ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาที่ง่าย แต่ยังมีความซับซ้อนอย่างมีเสน่ห์และสะกิดใจเราไปเรื่อยๆ ตลอดเล่มตั้งแต่ต้นยันจบ นี่เป็นสิ่งที่ประทับใจและอยากให้ผู้อ่านเปิดใจ

สำหรับ ‘ไร้ลิ้นสิ้นสูญ’   เป็นผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอย่างเข้มจนได้รับรางวัลชนะเลิศ  จากผู้ส่งเข้าประกวดมากกว่า 70 ผลงานของนักเขียนสตรีทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยถือเป็นนวนิยายร่วมสมัยจากฮ่องกงที่สะท้อนประเด็นเรื่องภาษา อัตลักษณ์ และแรงกดดันจากโครงสร้างสังคมได้อย่างเฉียบคม ผ่านชีวิตของครูสอนภาษาจีนสองคนคือ “ไหว” และ “หลิง” ที่ทำงานในโรงเรียนมัธยม และต้องเผชิญกับนโยบายทางภาษาและการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาซึ่งค่อยๆ กัดกร่อนตัวตนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “การสูญเสียภาษา” ในเรื่อง เปรียบเสมือน การสูญเสียตัวตนและเสรีภาพในการดํารงอยู่ของผู้คน จนกลายเป็นวรรณกรรมที่ตั้งคำถามต่อสังคมร่วมสมัยได้อย่างทรงพลังและสะเทือนอารมณ์ผู้อ่านทั่วเอเชีย 

ผู้ที่สนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ ร้านนายอินทร์ทุกสาขา  และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งความคิด แรงบันดาลใจ และเรื่องราวที่คุณอาจไม่มีวันลืม

Leave a comment