ด่วน!ยกฟ้องธนาธร ศาลระบุวิจารณ์บริหารวัคซีน ไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน

ด่วน!ยกฟ้องธนาธร ศาลระบุวิจารณ์บริหารวัคซีน ไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน

ด่วน!ยกฟ้องธนาธร ศาลระบุวิจารณ์บริหารวัคซีน ไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

ศาลอาญายกฟ้อง”ธนาธร” หมิ่นเบื้องสูงปมวัคซีนพระราชทาน ชี้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานจัดการวัคซีนโควิดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 

28 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.875/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นจำเลย ในความผิด ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

กรณีเมื่อวันที่ 18 ม.ค.2564 จำเลยได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์และการจัดหาวัคซีน

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีและได้รับการประกันตัว

โดยวันนี้ นายธนาธร เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะเข้าอาคารศาลอาญา ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจแค่ไหน นายธนาธร หันมาส่งยิ้มพร้อมชูกำปั้น พร้อมบอกว่า “มีกำลังใจดี” ก่อนเดินเข้าไปในอาคารศาลอาญา นอกจากนี้ มีกลุ่มผู้สนับสนุนมาคอยให้กำลังใจ อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และ นางอมรัตน์ โชคไปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมาให้กำลังใจ

ต่อมา ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ในการไลฟ์สดของจำเลยพูดถึงการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์กาแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่ เพราะการแทงม้าตัวเดียวหมายถึงการใช้วัคซีนจากบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เพียงเท่านั้น อาจเกิดความล่าช้าไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้

ส่วนที่จำเลยไลฟ์สดคำว่า วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย นั้น หมายถึงประชาชนทั่วไปอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเพียงบริษัทเดียว การกระทำของจำเลยเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน อันเป็นการดูหมิ่นสถาบัน พิพากษายกฟ้อง

Leave a comment