ธนกร ให้กำลังใจศาลยุติธรรม มั่นใจ ปชช.เชื่อมั่นศรัทธา เหน็บกลุ่มการเมืองจ้องแต่ดิสเครดิต

ธนกร ให้กำลังใจศาลยุติธรรม มั่นใจ ปชช.เชื่อมั่นศรัทธา เหน็บกลุ่มการเมืองจ้องแต่ดิสเครดิต

ธนกร ให้กำลังใจศาลยุติธรรม มั่นใจ ปชช.เชื่อมั่นศรัทธา เหน็บกลุ่มการเมืองจ้องแต่ดิสเครดิต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

“ธนกร”ให้กำลังใจศาลยุติธรรม มั่นใจประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา เหน็บกลุ่มการเมืองจ้องแต่ดิสเครดิต หนุนพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง แนะนำดิจิตอลมาใช้ ระบบ one stop legal service เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวดเร็ว โปร่งใส

28 พฤษภาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อภิปรายถึงประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทยว่า บทบาทของศาลยุติธรรม ถือเป็นหนึ่งในสถาบันหลักที่สำคัญที่สุดของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการธำรงหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเจอกับความท้าทายต่อระบบยุติธรรมในหลายเรื่อง ทั้งปัญหาคดีล่าช้า ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรม ภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ความซับซ้อนของกฎหมาย รวมถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรและทรัพยากรของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่า การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องยาก ใช้เวลานาน และมีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม ศาลยุติธรรมไทยพยายามปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทันสมัย โปร่งใส และเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ปัจจุบัน ศาลยุติธรรมไทยกำลังก้าวจากระบบเอกสารแบบเดิม ไปสู่ “Digital Justice” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาระบบ e-Filing และ CIOS ที่ช่วยให้ประชาชนและทนายความสามารถยื่นคำร้อง ติดตามคดี และคัดถ่ายเอกสารออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการเดินทาง

นายธนกร กล่าวต่อว่า ศาลยุติธรรมยังพัฒนาระบบพิจารณาคดีผ่านระบบประชุมทางไกล รวมถึงระบบยื่นคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวออนไลน์ การเชื่อมระบบยืนยันตัวตนกับ ThaID และการตรวจสอบเอกสารผ่าน QR Code เพื่อเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน ยังมีการศึกษาและนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ และ AI มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการคดี การค้นข้อมูลกฎหมาย และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วย นอกจากนี้ ศาลยุติธรรมยังผลักดันระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์ (ODR) เพื่อช่วยลดจำนวนคดี ลดต้นทุนของประชาชน และส่งเสริมการระงับข้อพิพาทอย่างรวดเร็วและสันติ

“สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพัฒนาการที่ควรได้รับคำชื่นชม เพราะสะท้อนให้เห็นว่า ศาลยุติธรรมไทยกำลังพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล และพยายามทำให้ความยุติธรรมเข้าถึงประชาชนได้จริง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีพัฒนาการที่ดี แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ควรเร่งพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมไทยมีประสิทธิภาพและได้รับความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกกลุ่ม ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อาทิ ความล่าช้าของกระบวนการพิจารณาคดีในหลายกรณี ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรม การพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม” นายธนกร กล่าว

นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในยุคที่สังคมมีความคาดหวังต่อความโปร่งใสสูงขึ้น ศาลยุติธรรมควรเพิ่มการสื่อสารกับประชาชน เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติที่ไม่กระทบต่อรูปคดี และพัฒนาระบบติดตามคดีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อยกระดับความสม่ำเสมอ ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม ทั้งนี้ กระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของประเทศ ประชาชนเชื่อมั่นในหลักนิติธรรม คือประเทศที่สามารถสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และลดความขัดแย้งในสังคมได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น งบประมาณด้านศาลยุติธรรมจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงงบประมาณของหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการลงทุนในหลักนิติธรรม และความยุติธรรมของประชาชน ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง ทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการเข้าถึงของประชาชน เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวดเร็ว โปร่งใส และเชื่อมั่นได้อย่างแท้จริง

Leave a comment