‘สุจินต์’รับสนองฯ เป็นผู้ตรวจการฯคนใหม่ ดันแก้ระบบร้องทุกข์รูปแบบเดียวทั่วปท.

'สุจินต์'รับสนองฯ เป็นผู้ตรวจการฯคนใหม่ ดันแก้ระบบร้องทุกข์รูปแบบเดียวทั่วปท.

‘สุจินต์’รับสนองฯ เป็นผู้ตรวจการฯคนใหม่ ดันแก้ระบบร้องทุกข์รูปแบบเดียวทั่วปท.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.27 น.

“สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ เน้นย้ำการทำงานร่วมกัน เตรียมดันแก้ระบบร้องทุกข์เป็นรูปแบบเดียวทั่วประเทศ และเตรียมหารือหน่วยงานรัฐ นำเรื่องร้องเรียน 5,000 เรื่อง มาวิเคราะห์ทำ Quick Win แก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีนายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และพลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารข้าราชการสำนักงานผู้ตรวจการประเด็นเข้าร่วมพิธี

นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เชิญพระบรมราชโองการวางหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จากนั้นนายสุจินต์ เปิดกรวยดอกไม้ถวายราชสักการะ และถวายบังคมต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเดินทางเข้าสักการะพระพรหมเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าทำงาน

นายสุจินต์ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานในหน้าที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยจะยึดประชาชนเป็นกลางกลาง มีความเที่ยงธรรม เป็นกลางและโปร่งใสขับเคลื่อนการทำงานในเชิงระบบและทำงานเชิงรุกและบูรณาการร่วมกัน เพราะความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและกฎหมายเป็นงานหลักของผู้ตรวจฯ การแก้ปัญหาจะต้องใช้การทำงานเป็นทีมของผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คน และสำนักงานต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนการแก้ไขความเดือดร้อน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องปรับเปลี่ยนช่องทางหรือกลไกร้องทุกข์ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย หน่วยงานรัฐเข้าใจ มีการใช้เอไอเข้ามาช่วยให้รูปแบบการร้องเรียนเป็นแบบเดียวกัน

ขณะที่การแก้ไขปัญหาจะต้องแก้เชิงระบบ โดยจะต้องนำอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐตามมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญ และเรื่องร้องเรียนมาวิเคราะห์แยกปัญหา สามารถทำให้ปัญหาลดลงได้ ตนในฐานะที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่อาศัยบ้านจัดสรรส่วนมาก คือโรงจอดรถทรุด เพราะไม่ตอกเสาเข็ม เป็นภาระให้ประชาชนต้องจ่ายค่าซ่อมแซมสูง จึงได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎหมายควบคุมบังคับให้บริษัทรับสร้างบ้านทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ทั้งนี้ปัญหาเชิงระบบจะต้องนำเรื่องร้องเรียนกว่า 5,000 เรื่องมาวิเคราะห์ว่าเรื่องใดจะสามารถทำเป็น Quick Win โดยผู้ตรวจการแผ่นดินที่ดูแลเรื่องกฎระเบียบสามารถพูดคุยกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและวางแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน จากนี้ก็จะหารือการทำงานร่วมกับผู้ตรวจการแผ่นดินอีก 2 คน

ส่วนอีกหนึ่งปัญหาโครงสร้างเชิงระบบคือนอมินีที่มีชาวต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินและพื้นที่การเกษตร มีแนวคิดในการผลักดันเรื่องนี้อย่างไร นายสุจินต์กล่าวว่า ปัญหานอมินีเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น กรณีการได้สัญชาติ หรือการถือครองที่ดิน เมื่อวานที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานมหาดไทย เมื่อตรวจสอบเรื่องของการถือครองที่ดิน ก็พบว่ามีการแปลงสัญชาติมาอย่างถูกต้อง ได้รับสัญชาติ ดังนั้น จึงจะต้องไปดูกระบวนการหรือกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนตัวคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ หากไปดูต้นทางของปัญหาจริงๆ ว่ากระบวนการเป็นอย่างไรต้องเป็นความร่วมมือของหลายๆหน่วยงาน ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำหน้าที่ประสานส่วนราชการ รวมถึงปัญหาที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาวิเคราะห์ และเสนอแนะให้แก้กฎหมายในเชิงระบบเพื่อป้องกันการถือครองหรือการเป็นนอมินีไม่สามารถทำได้ง่าย เพื่อไม่ให้ต้องมาแก้ไขปัญหาในภายหลัง

ในฐานะที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น รับทราบถึงปัญหาจะมีการประสานเพื่อปิดช่องว่างอย่างไร นายสุจินต์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องดูคือการได้มาซึ่งสัญชาติ ต้องกลับไปดูที่สำนักทะเบียน ซึ่งมีกฎระเบียบบังคับอยู่แล้ว แต่ต้องดูว่ากฎหมายเป็นจุดอ่อนหรือไม่ เพราะเมื่อได้รับสัญชาติก็จะมีในเรื่องของการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถทำได้หมด หรืออาจจะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องของการสมรส โดยเรื่องนี้ไม่ถือว่าซับซ้อนแต่ต้องดูรายละเอียดและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบต่อประเทศไทยมาก โดยเฉพาะภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันที่เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรทั่วโลกและเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ต่างๆ ย้ำว่าจำเป็นต้องหาข้อสรุปให้ได้เร็วๆรวมถึงการปรับปรุงระเบียบกฎหมายเพื่อให้การถือครองลดลงให้ได้

ส่วนการประสานความร่วมมือกับรัฐบาลนั้นเชื่อว่าเมื่อได้มีการประสานและได้ทำความเข้าใจกัน ซึ่งรัฐบาลก็มีเรื่องดีๆในการดูแลประชาชน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะเสริมเติมเต็มและหารือกัน และทำให้รัฐบาลมองเห็นภาพการร้องทุกข์ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Leave a comment