
กมธ.ฟอกเงินฯ เรียก ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง โครงการไทยแลนด์ เอไอ สัปดาห์หน้า
วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.38 น.
กมธ.ฟอกเงินฯ ขยับ! เรียก ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง โครงการไทยแลนด์ เอไอ วงเงิน 1.6 พันล้าน ส่อมีพิรุธ สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกมธ.ฯ แถลงถึงโครงการ Thailand AI Passsport วงเงิน 1,600 ล้านบาทว่า โครงการดังกล่าวมีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินการ กมธ.ฯ จากการอภิปรายตั้งกระทู้ถามสดโครงการดังกล่าวในที่ประชุมสภาฯวานนี้ (28พ.ค.) มีข้อสังเกตจาก สส. และภาคส่วนต่างๆ เกี่ยวข้องกับกระบวนการการอนุมัติโครงการ การกำหนดราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนความเชื่อมโยงกับผู้เกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า กมธ.ฯเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ และอาจเกี่ยวข้องกับหลักธรรมมาภิบาล ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเตรียมบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของกมธ.ฯ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกมธ.ฯ ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
“กมธ.ฯ ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงอำนาจหน่วยงานใด แต่จะตรวจสอบด้วยความเป็นกลาง โปร่งใส และยึดถือข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้” นายพิทักษ์เดช กล่าว
เมื่อถามว่าจะทำหนังสือเชิญรมว.ดีอี มาชี้แจงด้วยหรือไม่ นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า ทำหนังสือไปที่กระทรวงดีอีก่อน เพื่อเชิญมาสอบถามทำความเข้าใจถึงรายละเอียด ที่มาของโครงการร่างทีโออาร์ต่างๆ ว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขณะที่กรมบัญชีกลาง ก็จะสอบถามเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ในประเด็นที่อาจเป็นปัญหาคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ส่วนจะมีการเชิญบริษัทที่ประมูลโครงการฯได้ มาชี้แจงด้วยหรือไม่นั้น ต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูเรื่องที่มา ตัวระเบียบต่างๆ และร่างทีโออาร์ก่อนว่ามีการล็อกสเปคหรือไม่ ต้องทำให้เกิดความกระจ่างขึ้นก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลังกับบริษัทที่ประมูลโครงการได้