
29 พ.ค. 2569 10:56 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ตำรวจอิตาลียึดทรัพย์ “เจ้าพ่อมาเฟีย” ผู้ล่วงลับ กว่า 7,500 ล้านบาท
ตำรวจอิตาลีบุกทลายเครือข่ายและอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านยูโร หรือราว 7,580 ล้านบาท ของ “มัตเตโอ เมสสินา เดนาโร” อดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟีย “โคซา นอสทรา” ที่เสียชีวิตไปแล้ว พบนำรายได้จากการค้ายาเสพติดไปฟอกผ่านอสังหาริมทรัพย์และรีสอร์ตหรูในยุโรป รวมถึงบัญชีลับในต่างแดนและคริปโทเคอร์เรนซี
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางการเงินของอิตาลี ร่วมกับสำนักงานอัยการต่อต้านมาเฟียแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านยูโร (ราว 7,580 ล้านบาท) ของนายมัตเตโอ เมสสินา เดนาโร (Matteo Messina Denaro) อดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียแห่งกลุ่ม “โคซา นอสทรา” (Cosa Nostra) ในแคว้นซิซิลี
ปฏิบัติการครั้งนี้ มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 150 นาย พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งโดรน อุปกรณ์สแกนความร้อนเพื่อตรวจหาช่องลับที่ซ่อนเงิน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในการแกะรอยกระเป๋าเงินดิจิทัลและสกุลเงินคริปโทฯ โดยมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอขณะตำรวจพร้อมอาวุธครบมือบุกพังประตูและปีนกำแพงเข้าตรวจค้นวิลล่าหรูหลายแห่งที่ล้อมรอบด้วยต้นปาล์ม
ตำรวจเปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้เริ่มขึ้นหลังจากได้รับรายงานจากประเทศอันดอร์รา เกี่ยวกับหญิงชาวอิตาลีรายหนึ่งที่มี “ทรัพย์สินมหาศาลผิดปกติ” ก่อนจะสืบพบว่าเธอแต่งงานกับนักค้ายาเสพติดที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกลุ่ม โคซา นอสทรา และตัวของเดนาโร
การสืบสวนเชิงลึกพบว่า เงินจำนวนมหาศาลนี้เป็นรายได้จากการค้ายาเสพติดตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ซึ่งถูกนำกลับมาฟอกให้กลายเป็นเงินถูกกฎหมายในระบบเศรษฐกิจ ผ่านทรัพย์สินหลากรูปแบบ โดยเฉพาะในย่านสุดหรูของชายฝั่งกอสตาเดลโซล ประเทศสเปน เช่น มาร์เบยา, เบนาฮาบิส และเปอร์โต บานูส ซึ่งถูกเนรมิตเป็นรีสอร์ตตากอากาศระดับหรูหรา
นอกจากนี้ ยังมีการอายัดทรัพย์สินและบริษัทนอมินี 8 แห่งที่ใช้จัดการอสังหาริมทรัพย์ บัญชีธนาคาร และพอร์ตหุ้นในอีกหลายประเทศ อาทิ หมู่เกาะเคย์แมน, ยิบรอลตาร์, เลบานอน, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงในอิตาลี และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ 3 ราย
จิโอวันนี เมลิลโล หัวหน้าอัยการต่อต้านมาเฟียแห่งชาติของอิตาลี ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง “มันไม่ใช่แค่การยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในแคว้นซิซิลีตลอดหลายทศวรรษเท่านั้น แต่ความสำเร็จในครั้งนี้คือการ ‘ขัดขวางและชะลอ’ ความพยายามของกลุ่ม โคซา นอสทรา ที่จะฟื้นฟูโครงสร้างอำนาจขึ้นมาใหม่ หลังจากที่เดนาโรเสียชีวิตไป” อัยการเมลิลโล กล่าวในการแถลงข่าวที่เมืองปาแลร์โม
ขณะที่สื่ออิตาลีเรียกทรัพย์สินที่ยึดได้ในครั้งนี้ว่าเป็นเพียง “คลังสมบัติยาเสพติดของเดนาโร” เท่านั้น และเชื่อกันว่านี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดที่เครือข่ายนี้กระจายไปลงทุนอยู่ทั่วโลก
มัตเตโอ เมสสินา เดนาโร ถือเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์อิตาลี เขาหลบหนีการจับกุมของทางการมาได้ยาวนานถึง 30 ปี นับตั้งแต่ปี 1993 โดยใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในบ้านเกิดที่ซิซิลีตะวันตก โดยความช่วยเหลือจากพี่สาวและคนสนิท ซึ่งทำให้เขายังคงสามารถสั่งการเครือข่ายมาเฟียได้แม้ในยามหลบหนี
เดนาโร ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตรวม 6 ครั้ง จากคดีอุกฉกรรจ์มากมาย รวมถึงการอยู่เบื้องหลังเหตุลอบวางระเบิดสังหาร จิโอวันนี ฟัลโกเน (Giovanni Falcone) และ เปาโล บอร์เซลลิโน (Paolo Borsellino) สองผู้พิพากษาต่อต้านมาเฟียชื่อดังในปี 1992 รวมถึงเหตุระเบิดนองเลือดในกรุงโรม ฟลอเรนซ์ และมิลาน ในปี 1993
หนึ่งในคดีที่โหดเหี้ยมที่สุดคือ การสั่งลักพาตัวเด็กชายวัย 12 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของอดีตสมาชิกมาเฟียที่แปรพักตร์ไปเป็นพยานให้ศาล โดยเด็กชายถูกกักขังนานถึง 2 ปี ก่อนจะถูกรัดคอจนเสียชีวิต และนำศพไปทำลายในน้ำกรดเพื่อไม่ให้ใครหาเจอ
ตำนานการหลบหนี 3 ทศวรรษของเดนาโรสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2023 หลังเขาถูกรวบตัวได้ที่หน้าคลินิกแพทย์ในเมืองปาแลร์โม ขณะเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งภายใต้ชื่อปลอม และเขาได้เสียชีวิตลงในโรงพยาบาลภายใต้การคุ้มกันอย่างแน่นหนาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ด้วยวัย 61 ปี.