
29 พ.ค. 2569 12:05 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
มิลานบูรณะภาพโมเสก “อัณฑะกระทิงนำโชค” หลังนักท่องเที่ยวแห่ “หมุนส้นเท้า” เสริมโชค จนสึกเป็นหลุม
เมืองมิลานของอิตาลีเดินหน้าบูรณะภาพโมเสก “วัวกระทิง” อันโด่งดัง เหตุจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่ทำตามความเชื่อโบราณ ด้วยการ “หมุนส้นเท้า 3 รอบบนอัณฑะวัวกระทิง” เพื่อเสริมโชค และหวังจะได้กลับมาเยือนมิลานอีกครั้ง จนทำให้หินโมเสกบริเวณดังกล่าวสึกหรอจนกลายสภาพเป็นหลุมลึก
ทางการเมืองมิลานได้เริ่มการบูรณะซ่อมแซมภาพโมเสกรูป “วัวกระทิง” บนพื้นทางเดินภายใน “กัลเลเรีย วิตตอริโอ เอมานูเอเล 2” (Galleria Vittorio Emanuele II) อาเขตชอปปิงระดับลักชัวรีที่เก่าแก่และโอ่อ่าจากศตวรรษที่ 19 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิหารดูโอโมอันเลื่องชื่อ
ภาพโมเสกวัวกระทิงสีเบจและน้ำเงินตัวนี้ เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของเมืองตูริน อดีตเมืองหลวงแห่งแรกของอิตาลี แต่มันได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกจาก “ตำนานความเชื่อท้องถิ่น” ที่เล่าขานกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 ว่า หากใครต้องการความโชคดี หรือปรารถนาจะกลับมาเยือนเมืองมิลานอีกครั้ง ให้เอาส้นเท้าไปวางกดลงบน “อัณฑะ” ของวัวกระทิงตัวนี้ แล้วหมุนตัวตามเข็มนาฬิกาให้ครบ 3 รอบ
สภาเมืองมิลานเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า “เนื่องจากในแต่ละวันมีผู้คนนับพันทำท่าหมุนส้นเท้าดังกล่าว ส่งผลให้ชิ้นส่วนโมเสกสีชมพูที่ประกอบขึ้นเป็นส่วนอัณฑะของวัวกระทิงถูกบดขยี้จนสึกหรอและยุบตัวลงไปกลายเป็นแอ่งหลุมขนาดเล็ก”
เอ็มมานูเอล คอนเต และ มาร์โก กราเนลลี สองรองนายกเทศมนตรีเมืองมิลาน ระบุว่า ภาพโมเสกชิ้นนี้เคยได้รับการบูรณะครั้งล่าสุดไปเมื่อปี 2017 และการซ่อมแซมในสัปดาห์นี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการคืนความงดงามดั้งเดิมกลับมา โดยชี้ว่า “กัลเลเรียแห่งนี้คือมรดกที่มีชีวิต ซึ่งสามารถสึกหรอได้ตามกาลเวลาเพราะมันเป็นที่รักและมีผู้คนมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหน้าที่ของเราคือการดูแลรักษามันไว้”
ในสัปดาห์นี้ ทางการได้ล้อมพื้นที่ขนาดเล็กเป็นเขตก่อสร้างชั่วคราว โดยมี ยานลูกา กัลลี ช่างบูรณะศิลปะฝีมือดีได้ทำการตัดหินชิ้นใหม่ด้วยมืออย่างประณีต ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวที่ยืนมุ่งดูรอบๆ ระหว่างเดินชอปปิง

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กัลลีได้ศึกษาแบบพิมพ์เขียวในยุคอดีตและลอกแบบจากชิ้นส่วนดั้งเดิมเพื่อสกัดหินขึ้นมาใหม่ แต่ในขั้นตอนการยึดติด เขาเลือกที่จะเปลี่ยนไปใช้ “อีพ็อกซีเรซิน” แทนที่จะใช้ปูนปลาสเตอร์และทรายสูตรโบราณ เพื่อช่วยให้พื้นผิวโมเสกมีความแข็งแกร่งและทนทานต่อแรงกดของส้นเท้านักท่องเที่ยวในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
รายงานข่าวระบุว่า ในระหว่างที่จุดฮิตของวัวกระทิงถูกปิดซ่อมแซมและไม่สามารถลงไปหมุนตัวได้ นักท่องเที่ยวบางส่วนที่ยังคงต้องการแสวงหาโชคลาภ ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปทำพิธีกรรมหมุนส้นเท้าในลักษณะเดียวกันบนภาพโมเสก “หมาป่า” ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของกรุงโรมแทนชั่วคราว
ทั้งนี้ ยานลูกา กัลลี กล่าวทิ้งท้ายว่าเขารู้สึกภูมิใจกับงานนี้มาก และอยากจะใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจอาชีพช่างบูรณะศิลปะ เพราะปัจจุบันอิตาลีเติบโตและต้องการบุคลากรด้านนี้เป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะเป็นงานที่เหนื่อยและต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ตลอดเวลา แต่สำหรับในอิตาลีแล้ว อาชีพนี้ถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติและได้รับสิทธิพิเศษอย่างยิ่งในการได้ใกล้ชิดและรักษาประวัติศาสตร์ของชาติ.