
ดร.มัลลิกา ตั้งทีมสุดจัด รอเป็นผู้ว่าฯ พร้อมลุยปราบทุนเทา-ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย
วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.22 น.
ดร.มัลลิกา “ตั้งทีมสุดจัด” รอเป็นผู้ว่าฯ พร้อมลุยปราบทุนเทาและต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ประกาศชัด ถ้าขจัดระบบส่วยได้ก็ขจัดทุนเทาและต่างด้าวแย่งงานได้
30 พค 69 เมื่อเวลา 9.00 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ตอบข้อซักถามต่อกรณีถนนบางเส้นของกรุงเทพกลายเป็นมณฑลของประเทศอื่นเพราะมีทุนเทามาตั้งรกรากใช้ระบบ 0 เหรียญและต่างด้าวมาแย่งอาชีพคนไทยจนทำให้ประชาชนทนไม่ไหวนั้น
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 89 และ พ.ร.บ.กระจายอำนาจฯ พ.ศ.2542 ผู้ว่าฯ มีฐานอำนาจเต็มมือในการ ‘จัดระเบียบเมือง’ และ ‘รักษาความสงบเรียบร้อย และยังไม่นับพระราชบัญญัติเกี่ยวกับความมั่นคงซึ่งผู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกันกับผู้ว่าแต่ละจังหวัดก็เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตัวเองเช่นกัน
“ถ้า ดร.มัลลิกา เป็นผู้ว่าฯ ดิฉันจะไม่ยอมให้คำว่า ‘ไม่มีอำนาจ’ มาเป็นข้ออ้างบดบังความไร้ประสิทธิภาพเด็ดขาด เรามีกฎหมายและทีมงานที่พร้อมลุยทันทีและถ้าประเทศนี้มีทีมสุดซอยเราก็จะตั้งทีมสุดจัด โดยใช้ศักยภาพของฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่มีความสุจริตโปร่งใสแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะถ้าขจัดระบบส่วยได้ก็ขจัดทุนเทาและต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยได้แล้ว เราจะปล่อยกรุงเทพให้เป็นเหมือนเกาะพะงันที่เต็มไปด้วยยิวไม่ได้“
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า มีฮาวทู รองรับและเป็นแผนปฏิบัติการที่สามารถปฏิบัติได้ทันทีในเรื่องนี้อยู่ที่ใจถ้าไม่ใจเสาะอ่อนข้อให้ผลประโยชน์ทุนเทา ทุกอย่างก็ไม่เกินความสามารถผู้นำ เราทำอย่างเป็นระบบ คือ อย่างน้อย 3 เรื่อง เช่น
1.เจอแรงงานเถื่อนแย่งอาชีพคนไทย เราส่งเทศกิจลุยตรวจกวาดล้างหาบเร่แผงลอยผิดกฎหมาย ตลาดเถื่อน ยึดคืนทางเท้าคืนให้คนกรุงเทพฯ ทันที!
2. เจอแหล่งพักพิงหรือหอพักเถื่อน เรางัดกฎหมายควบคุมอาคารและการสาธารณสุข สั่งตรวจระบบสุขาภิบาล สั่งปิดตึกแออัด และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
3. เจอจุดเสี่ยงอาชญากรรมในชุมชน เราตั้งศูนย์เฉพาะกิจ บูรณาการร่วมกับตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่เอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว ใช้ฐานข้อมูลเมืองไล่บี้พื้นที่เสี่ยง
“ผู้นำเมืองหลวงที่ดีนั้นต้องไม่ใช่คนที่เก่งแต่ท่องกฎหมายเพื่อหาข้อแก้ตัวว่าทำอะไรไม่ได้เลย แต่คือคนที่เก่งในการใช้ทุกอำนาจที่มีเพื่อปกป้องสิทธิการทำมาหากินและความปลอดภัยของประชาชน คนกรุงเทพฯ ไม่ต้องการคำอธิบายว่าทำไมปัญหาถึงแก้ไม่ได้ แต่เขาต้องการผู้บริหารที่กล้าชนแทนเขาและจัดการปัญหาอย่างจริงจัง ” ดร.มัลลิกา กล่าว

