บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา สปสช. ไฟเขียว เพิ่มอัตราจ่าย ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ

บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา สปสช. ไฟเขียว เพิ่มอัตราจ่าย ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ

บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา สปสช. ไฟเขียว เพิ่มอัตราจ่าย ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.

รัฐบาลเผย บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมติเห็นชอบข้อเสนอสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย เรื่องขอปรับปรุงอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยใช้งบประมาณ  ที่ประหยัดได้จากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันมาบริหารจัดการ ทั้งนี้ การปรับลดอัตราชดเชยค่ายากดภูมิคุ้มกันไม่ได้กระทบคุณภาพการรักษา แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับราคายาที่ลดลง โดยหลังผ่าตัดเดือนที่ 13-24 ปรับจาก 20,000 บาทต่อเดือน เป็น 18,000 บาทต่อเดือน และหลัง 24 เดือนขึ้นไป ปรับจาก 15,000 บาทต่อเดือน เป็น 13,000 บาทต่อเดือน ซึ่งส่วนนี้ทำให้สามารถนำงบที่ประหยัดได้กลับมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในส่วนอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สาระสำคัญของมติ คือ ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนผ่าตัดสำหรับผู้รับบริจาค จาก 30,000 บาทต่อราย เป็น 40,000 บาทต่อราย และสำหรับผู้บริจาคที่มีชีวิต จาก 40,000 บาทต่อราย เป็น 45,000 บาทต่อราย ขณะเดียวกัน ปรับค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นเหมาจ่าย 600,000 บาทต่อราย และปรับค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็กเป็น 660,000 บาทต่อราย สำหรับการปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะกลางและระยะสุดท้าย ได้ปรับจากเดิมที่เหมาจ่ายรวมค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาคและค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 600,000 บาทต่อราย เป็นการแยกจ่ายให้ชัดเจน ได้แก่ ค่าผ่าตัดตับจากผู้บริจาค 200,000 บาทต่อราย และค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้รับบริจาค 660,000 บาทต่อราย เพื่อสะท้อนภาระบริการที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มการชดเชยค่ารักษาในกรณีผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalovirus : CMV) ซึ่งมักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ โดยกำหนดอัตราชดเชยสำหรับการป้องกันและรักษาการติดเชื้อ CMV จำนวน 180,000 บาทต่อราย และกรณีตรวจพบเชื้อ CMV ในกระแสเลือด จำนวน 40,000 บาทต่อราย จากเดิมที่ยังไม่มีรายการชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้ครอบคลุมมากขึ้น

“การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นบริการสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรง เด็กที่จำเป็นต้องปลูกถ่ายตับ และผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย การปรับอัตราจ่ายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขเบิกจ่าย แต่เป็นการเสริมความมั่นคงของระบบบริการ ทำให้หน่วยบริการสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระต้นทุนที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงได้อย่างเป็นธรรม”นางสาวพลอยทะเล ย้ำ

Leave a comment