ญี่ปุ่นโต้ข้อกล่าวหา “ลัทธิเสนานิยมใหม่” สวนกลับจีนเร่งสะสมนิวเคลียร์-อาวุธร้ายแรง

ญี่ปุ่นโต้ข้อกล่าวหา "ลัทธิเสนานิยมใหม่" สวนกลับจีนเร่งสะสมนิวเคลียร์-อาวุธร้ายแรง

31 พ.ค. 2569 11:23 น.

ญี่ปุ่นโต้ข้อกล่าวหา “ลัทธิเสนานิยมใหม่” สวนกลับจีนเร่งสะสมนิวเคลียร์-อาวุธร้ายแรง

นายชินจิโร โคอิซุมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นปฏิเสธข้อกล่าวหาจากจีนที่ระบุว่าญี่ปุ่นกำลังหวนคืนสู่ “ลัทธิเสนานิยมใหม่” ย้อนถามจีนที่มีหัวรบนิวเคลียร์และเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์เต็มคลังแสง กลับมาตราหน้าญี่ปุ่นที่ไม่มีอาวุธเหล่านี้ว่าเป็นภัยคุมคาม พร้อมวิจารณ์จีนเร่งขยายศักยภาพทางทหารและงบประมาณด้านกลาโหมโดยขาดความโปร่งใส

ในการประชุมความมั่นคงแห่งเอเชีย “แชงกรี-ลา ไดอะล็อก” (Shangri-La Dialogue) ที่ประเทศสิงคโปร์ นายชินจิโร โคอิซุมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น ได้กล่าวถ้อยแถลงตอบโต้อย่างรุนแรงต่อข้อกล่าวหาจากรัฐบาลจีน โดยปฏิเสธว่าญี่ปุ่นไม่ได้กำลังก้าวเข้าสู่ “ลัทธิเสนานิยมใหม่” (Neo-Militarism) ตามที่ถูกโจมตี พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์จีนอย่างตรงไปตรงมาเรื่องการเพิ่มงบประมาณและขยายขีดความสามารถทางทหารในระดับสูงโดยขาดความโปร่งใส

นายโคอิซุมิกล่าว โดยไม่ได้ระบุชื่อจีนออกมาตรงๆ ว่า “ลองคิดดูสิครับ มีประเทศหนึ่งที่มีคลังแสงนิวเคลียร์ขนาดใหญ่และมีเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ แต่ญี่ปุ่นไม่มีอาวุธเหล่านั้นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทว่าญี่ปุ่นกลับถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ลัทธิเสนานิยมใหม่’? สิ่งนี้มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ และไม่มีอะไรที่ห่างไกลจากความจริงไปมากกว่านี้อีกแล้ว” แต่เป็นที่เข้าใจกันดีว่าหมายถึงรัฐบาลจีนซึ่งครอบครองหัวรบนิวเคลียร์หลายร้อยชุดและกำลังพัฒนาเทคโนโลยีทหารอย่างก้าวกระโดด

รมว.กลาโหมญี่ปุ่น ย้ำว่า นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นยึดมั่นและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติมาโดยตลอด และพยายามอย่างจริงใจในการรักษาและเสริมสร้างระเบียบสากลที่เสรีและเปิดกว้าง ซึ่งข้อเท็จจริงในฐานะประเทศที่รักสันติภาพนี้จะไม่สั่นคลอนเพียงเพราะข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ

ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจแห่งเอเชียดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายปี หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่น ได้ส่งสัญญาณเชิงรุกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า หากจีนเปิดฉากโจมตีไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ทางทหาร ส่งผลให้ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศในเอเชียแปซิฟิกตื่นตัวและ “ร่วมกันต่อต้านการกระทำอันประมาทเลินเล่อของลัทธิเสนานิยมใหม่ของญี่ปุ่น”

ภายใต้การนำของนายกฯ ทากาอิจิ ญี่ปุ่นได้เร่งปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงให้มีความตื่นตัวและเชิงรุกมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการสลัดภาพลักษณ์ของประเทศรักสันติภาพที่ดำเนินมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

นายโคอิซุมิ ระบุว่า พฤติกรรมและการดำเนินกิจกรรมทางทหารในต่างประเทศของจีน ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่นและประชาคมโลก ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึง “มุ่งมั่น” ที่จะสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศอย่างมั่นคงและอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วยความโปร่งใสสูง ไม่ว่าจะเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบโดรน ตลอดจนการป้องกันทางไซเบอร์และอวกาศ รวมถึงการเปิดประตูกว้างเพื่อร่วมมือด้านอุปกรณ์ป้องกันประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อเสริมสร้างการป้องปรามที่จับต้องได้ โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเพิ่งผ่านการปฏิรูปกฎเกณฑ์การส่งออกอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ยกลิกข้อจำกัดการขายอาวุธไปต่างประเทศ และเปิดทางให้ส่งออกเรือรบและขีปนาวุธได้

อย่างไรก็ตาม รมว.กลาโหมญี่ปุ่น ยอมรับว่ารู้สึก “เสียใจ” ที่ไม่มีโอกาสได้พบและหารือกับรัฐมนตรีกลาโหมของจีนในเวทีนี้ เนื่องจากเป็นปีที่สองติดต่อกันแล้วที่นายตง จุน รัฐมนตรีกลาโหมจีน ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตัวเอง โดยส่งเพียงคณะผู้แทนระดับรองมาแทน

นายโคอิซุมิกล่าวทิ้งท้ายในการประชุมที่มีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากกว่า 45 ประเทศเข้าร่วมว่า “แต่ถึงกระนั้น เรายังคงเปิดประตูต้อนรับการพูดคุยเสมอ ผมยังคงมุ่งมั่นที่จะสื่อสารกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงจีน เพื่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก” 

ที่มา Reuters / AFP

Leave a comment