
อภิสิทธิ์ ลุยต่อ! 4 มิ.ย.ชงสภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบกู้เงิน 4 แสนล้าน
วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.08 น.
“อภิสิทธิ์”ลุยต่อ! 4 มิ.ย.ชงที่ประชุมสภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบกู้เงิน 4 แสนล้าน เซ็งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับขวางการตรวจสอบ-เมินให้ความสำคัญ ปชช.
31 พฤษภาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.หาเสียง ที่ย่านตลาดสัมมากร รามคำแหง และย่านหนองจอก กทม.ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะเริ่มมีการใช้จ่ายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ว่า ปกติการใช้สิทธิ์ในโครงการเหล่านี้หลายครั้งก็ไม่ได้เต็มจำนวนอยู่แล้ว แต่ตัวเลข 26 ล้านคน ที่มีการลงทะเบียนก็ไม่ถือว่าน้อย สิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาลกำลังทุ่มเททุกอย่างไปกับโครงการนี้ ซึ่งเข้าใจดีว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลือแต่สิ่งที่เราพูดมาตลอดคืออยากเห็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่ตรงจุดมากกว่าคือการลดราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน ซึ่งจากการลงพื้นที่หาเสียงและคุยกับบรรดาแม่ค้าหลายคนก็พูด ว่าหากน้ำมันราคาถูกลงก็จะสามารถปรับต้นทุนได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลเดินในทางนี้ก็ต้องหาทางทำให้ได้ผลในการกระตุ้นขึ้นมา แต่เราก็กังวลว่ามันจะไปได้กี่เดือน หากหลังจากนั้นข้าวของยังแพงอยู่รัฐบาลจะทำอย่างไรเพราะใช้เงินที่กู้มา เฉพาะปีนี้ 1.7 แสนล้านบาทแล้ว ซึ่งจะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปใกล้เพดานมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เราจะพยายามอย่างเต็มที่ให้มีการตั้งกรรมการวิสามัญขึ้นมาเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าว รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการใช้เงินแบบไหน อย่างไร ซึ่งเราพูดตั้งแต่ต้นว่าไม่ใช่เรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกู้เงิน เราจึงต้องตรวจสอบตรงนี้
“สภาฯ ชุดนี้ รัฐบาลมักจะไม่ยอมให้มีการตั้งกรรมาธิการ เราก็ต้องบอกตรงๆ ว่าผิดหวัง ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ให้ความสำคัญกับตัวแทนของประชาชนไปมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบโครงการต่างๆ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ก็เป็นอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เรากำลังหารือกันอยู่ว่า ภาคประชาชน หรือฝ่ายค้าน หรือนักวิชาการ ที่เห็นว่ารายงานของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีความผิดปกติ ดังนั้นเราก็คงต้องมาทำกันเองให้ตัวเลขจริงปรากฏต่อรัฐบาลให้ได้ เรายังหวังอยู่ว่ากรณีของเงินกู้นั้นน่าจะยอมตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพราะจริงๆ เพราะเป็นการใช้เงินจำนวนมากและไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ