ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตหนูระบาดหนัก

ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตหนูระบาดหนัก

1 มิ.ย. 2569 13:18 น.

ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตหนูระบาดหนัก

วิกฤตการณ์ “กองทัพหนูระบาด” กำลังสร้างความหวาดผวาและสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่อุตสาหกรรมการเกษตรในหลายพื้นที่ของประเทศออสเตรเลีย โดยฝูงหนูหลายสายพันธุ์ออกอาละวาดกัดกินพื้นที่เพาะปลูกธัญพืชอย่างรุนแรง ทั้งยังบุกรุกเข้าไปในที่อยู่อาศัย ซ้ำเติมเกษตรกรที่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากปัญหาราคาน้ำมันและปุ๋ยพุ่งสูงอย่างรุนแรง

เกษตรกรในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและรัฐเซาท์ออสเตรเลียกำลังต่อสู้กับวิกฤตหนูระบาดครั้งรุนแรง หลังพบหนูจำนวนมหาศาลเข้าทำลายพื้นที่เพาะปลูกธัญพืชและบุกรุกบ้านเรือน จนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเกษตรกรอย่างหนัก

นายเจฟฟ์ คอสโกรฟ เกษตรกรวัย 43 ปี เจ้าของฟาร์มขนาด 14,000 เฮกตาร์ในเมืองมิงเจนิว รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เปิดเผยว่า เขาทำเกษตรมาแล้ว 25 ปี และต้องใช้เหยื่อกำจัดหนูเพียงไม่กี่ครั้ง แต่การระบาดในปีนี้รุนแรงกว่าการระบาดใหญ่เมื่อปี 2021 อย่างชัดเจน “หนูวิ่งอยู่ทุกที่ ทั้งบนเพดาน ในเครื่องปรับอากาศ และตามมุมบ้าน คุณได้ยินเสียงมันตลอดเวลา และยังได้กลิ่นเหมือนซากสัตว์ที่กำลังเน่าเปื่อย”

เกษตรกรจำนวนมากต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายแสนดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งจากการซื้อเหยื่อกำจัดหนูและการปลูกพืชใหม่ทดแทนต้นกล้าที่ถูกหนูกัดกินจนเสียหาย

นักวิชาการด้านเกษตรระบุว่า สาเหตุสำคัญของการระบาดครั้งนี้มาจากผลผลิตทางการเกษตรที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา ทำให้มีเมล็ดพืชตกค้างในพื้นที่จำนวนมาก กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีสำหรับหนู ประกอบกับฝนที่ตกในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้พืชอ่อนและวัชพืชเจริญเติบโต กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์

นางเบลินดา อีสธัฟฟ์ นักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสาลี คาโนลา และลูปิน ในเมืองโนลบา ใกล้เมืองเจอรัลด์ตัน กล่าวว่า ในบางพื้นที่พบหนูมากถึง 8,000-10,000 ตัวต่อเฮกตาร์ หรือเทียบเท่าพื้นที่สนามรักบี้หนึ่งสนาม “ปกติเมื่ออาหารหมด จำนวนหนูจะลดลงเอง แต่ปีนี้อาหารยังมีเหลือเฟือ ทำให้จำนวนหนูไม่ลดลงเลย ฉันรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในฝันร้าย”

ช่วงฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกธัญพืช เนื่องจากเป็นฤดูเพาะปลูก แต่หลายพื้นที่พบว่าหนูออกมากัดกินเมล็ดพันธุ์ทันทีหลังการหว่านเมล็ด ทำให้แถวเพาะปลูกจำนวนมากหายไปในเวลาเพียงข้ามคืน

ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังต้องรับมือกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ด้านนายสตีฟ เฮนรี นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านหนูจากองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งชาติออสเตรเลีย หรือ CSIRO กล่าวว่า โดยทั่วไปการระบาดของหนูจะถูกนิยามเมื่อมีประชากรประมาณ 800 ตัวต่อเฮกตาร์ แต่ในหลายพื้นที่ของเวสเทิร์นออสเตรเลีย ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงถึงหลายพันตัวต่อเฮกตาร์ จากการสำรวจภาคสนามล่าสุด เขาพบโพรงหนูที่ยังใช้งานอยู่มากถึง 30-40 โพรงในพื้นที่กว้างเพียง 1 เมตรและยาว 100 เมตร ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณแล้ว อาจมีโพรงหนูมากกว่า 3,000-4,000 โพรงต่อเฮกตาร์

นักวิจัยอธิบายว่า หนูสามารถเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุเพียง 6 สัปดาห์ และออกลูกครั้งละ 6-10 ตัวทุก ๆ 19-21 วัน อีกทั้งแม่หนูยังสามารถตั้งท้องใหม่ได้ภายในไม่กี่วันหลังคลอด ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว เกษตรกรจำนวนมากยังเผชิญความเครียดสะสมจากการต้องรับมือกับหนูตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากหนูไม่ได้อยู่เฉพาะในไร่นา แต่ยังเข้ามาในบ้าน ห้องเก็บของ และแม้แต่ห้องนอน

ล่าสุด หน่วยงานกำกับดูแลของออสเตรเลียได้อนุมัติการใช้เหยื่อกำจัดหนูสูตรเข้มข้นที่เกษตรกรเรียกร้องมานาน ซึ่งเริ่มกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ แล้ว

นายเดเมียน ไรอัน อดีตเกษตรกรวัย 67 ปี จากเมืองโมราวา ทางเหนือของนครเพิร์ท เปิดเผยว่า เขาจับหนูได้วันละ 20-30 ตัวในบ้าน และอีกประมาณ 150 ตัวในโรงเก็บของ “ตลอด 50 ปีที่ทำเกษตรมา ผมไม่เคยเห็นการระบาดรุนแรงขนาดนี้มาก่อน เวลาขับรถตอนกลางคืนจะเห็นหนูวิ่งเต็มไปหมดทุกแห่ง”

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรหลายรายเริ่มมีความหวัง หลังสภาพอากาศเริ่มเย็นลง มีฝนตกมากขึ้น และมีการใช้เหยื่อกำจัดหนูที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ส่งผลให้จำนวนหนูลดลงในบางพื้นที่

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เมื่อฤดูหนาวมาถึงอย่างเต็มรูปแบบ อุณหภูมิที่ลดต่ำลงและสภาพอากาศชื้นจะช่วยชะลอการแพร่พันธุ์ของหนู และอาจช่วยบรรเทาวิกฤตที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ภาคเกษตรกรรมของออสเตรเลียในขณะนี้ได้ในที่สุด.

ที่มา BBC

Leave a comment